กะซอง

ชื่อเรียกตนเอง : กะซอง

ชื่อที่ผู้อื่นเรียก : ชอง, ชองของตราด

ภาษาพูด : กะซอง

ภาษาเขียน : อักษรไทย

บทความฉบับเต็ม : ดาวน์โหลด

ข้อมูลอัพเดทล่าสุด ณ วันที่ 19 มิ.ย. 2566

538

เดิมกลุ่มชาติพันธุ์กะซอง (Kasong) มีชื่อเรียกตนเองและชื่อที่คนอื่นเรียกว่า “ชอง” (Chong) ต่อมานักภาษาศาสตร์จึงมีการเพิ่มระดับการรับรู้ด้วยคำขยายเพิ่มเติมทางภาษาว่า “ชองของตราด” เพื่อจำแนกความแตกต่างระหว่าง “ชองของจันทบุรี” ซึ่งเป็นกลุ่มที่ในทางภาษาศาสตร์ได้มีกระบวนการในการฟื้นฟูภาษาในภาวะวิกฤตไปก่อนหน้าแล้ว ด้วยความคล้ายคลึงของชื่อและความใกล้เคียงของภาษา ทำให้หลายคนมักเข้าใจว่าเป็นภาษาเดียวกัน ชาวกะซองบางคนได้เรียกตัวเองว่า “คนชอง” พูดภาษาชองเช่นเดียวกันกับชองจันทบุรี นักภาษาศาสตร์ได้สร้างชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์ “ชองของตราด” เป็น “กะซอง” (Kasong) ที่แปลว่า “คน” และส่งเสริมความรับรู้ของชาวชอง (ของตราด) เดิมให้เปลี่ยนชื่อเรียกกลุ่มตนเอง เพื่อจำแนกให้เห็นความแตกต่างทางชาติพันธุ์ รวมทั้งสร้างความเข้าใจต่อกลุ่มชาติพันธุ์ หน่วยงานภาครัฐและสาธารณะในการทำความเข้าใจชื่อเรียกนี้

กะซอง เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดตราด ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา มายาวนานนับร้อยปี พระยาตรังคภูมิภิบาล ซึ่งเป็นอดีตผู้ว่าราชการเมืองตราด ได้ทำการสำรวจชุมชนและระบุไว้ในหนังสือรายงานการตรวจเมืองระยองเมืองตราด เมื่อ พ.ศ. 2452 ว่า ประชากรส่วนใหญ่ประกอบด้วย ชาวชอง ชาวเขมร ชาวลาว มีการทำมาหากินด้วยการทำนาปะปนกับกับการเข้าป่าหาไม้หอมและลูกกระวานเป็นหลัก ต่อมาประมาณ พ.ศ. 2475 พระบริหารเทพธานี อดีตผู้ว่าราชการเมืองตราด ได้กล่าวถึง กลุ่มชาติพันธุ์ชองในเมืองตราด ว่าชาวชองกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่อยู่มาแต่เดิมโดยไม่ได้มีการอพยพมาจากพื้นที่อื่น ผู้อาวุโสในหมู่บ้านเล่าว่า ชาวกะซองที่มีอยู่เดิมนั้นเป็นลูกหลานของนักรบหรือผู้ป้องกันประเทศชาติในสมัยพระเจ้าตากสิน ในช่วงนั้นจะมีกลุ่มชนหลายเชื้อชาติที่เข้าออกประเทศจากการสู้รบหรือการค้าขาย กลุ่มคนเหล่านั้นมีทั้งกัมพูชา เวียดนาม กุลา มอญ และกะซองปัจจุบันชาวกะซองตั้งถิ่นฐานอยู่ในอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม บางส่วนยังใช้ชีวิตผูกพันอยู่กับป่า เช่น เก็บหาของป่ามากินหรือขายเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว

ชาวกะซองมีวัฒนธรรมและภาษาพูดเป็นของตนเอง แต่ทว่าสถานการณ์ทางภาษาของชาวกะซองนั้นอยู่ในภาวะวิกฤติขั้นสุดท้ายที่เสี่ยงต่อการสูญหาย เนื่องจากผู้ที่สามารถใช้ภาษากะซองมีจำนวนน้อยและมักเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ในด้านประเพณีพิธีกรรม ชาวกะซอง โดยเฉพาะในหมู่บ้านคลองแสง ตำบลด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ยังมีความเชื่อเรื่องผีอย่างเคร่งครัด ในการนับถือผีขมุก ซึ่งเป็นผีเรือน และยังคงสืบทอดประเพณีการเซ่นไหว้ผีแม่มดในเดือน 3 ของทุกปี

ชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์

ชื่อเรียกตนเอง : กะซอง

กะซอง (Kasong) เป็นชื่อที่ผู้พูดภาษากะซองใช้เรียกตนเอง ปรากฏจากคำบอกเล่าของชาวกะซองในพื้นที่ตำบลด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด (ดำรงพล อินทร์จันทร์, 2559) เนื่องจากเดิมนั้นเป็นที่รู้จักในชื่อ “ชอง” หรือ “ชองของตราด” หมายถึงกลุ่มชาวชองในพื้นที่จังหวัดตราด ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับชาวชองที่จังหวัดจันทบุรี อย่างไรก็ตามเมื่อได้ผ่านกระบวนการทำงานวิจัยทางภาษาศาสตร์จึงมีพัฒนาการของชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์

โดยในชั้นแรกนั้น นักภาษาศาสตร์ได้เพิ่มระดับการรับรู้ด้วยคำขยายเพิ่มเติมทางภาษาว่า “ชองของตราด” เพื่อจำแนกความแตกต่างระหว่าง “ชองของจันทบุรี” ซึ่งเป็นกลุ่มในทางภาษาศาสตร์ที่ได้มีกระบวนการในการฟื้นฟูภาษาในภาวะวิกฤตไปก่อนหน้าแล้ว และเมื่อวินิจฉัยด้วยเกณฑ์ทางภาษาศาสตร์แล้ว นักภาษาศาสตร์ได้สร้างชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์ “ชองของตราด” เป็น “กะซอง” (Kasong) และส่งเสริมความรับรู้ของชาวชอง (ของตราด) เดิม ให้เปลี่ยนชื่อเรียกกลุ่มตนเอง เพื่อจำแนกให้เห็นความแตกต่างทางชาติพันธุ์ ประหนึ่งกำหนดนิยามชื่อเรียกทางชาติพันธุ์ขึ้นมา นำพามาซึ่งการเปลี่ยนแปลงตัวตนทางชาติพันธุ์นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (ดำรงพล อินทร์จันทร์, 2559) ตลอดจนความตระหนักต่อสถานภาพและความสำคัญของภาวะของภาษาของตนเอง จึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า กลไกหนึ่งของการขับเคลื่อนตัวตนทางชาติพันธุ์ของกลุ่มชาวกะซอง จึงเป็นข้อค้นพบทางวิชาการ ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการยอมรับนิยามชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์ใหม่อย่างชัดเจน

กะซอง จึงเป็นชื่อเรียกที่เกิดขึ้นจาการศึกษาทางภาษาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล และโครงการวิจัย “แนวทางการพลิกฟื้นภาษากะซองเพื่อสืบทอดให้คนรุ่นหลังอย่างยั่งยืน บ้านคลองแสง ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ จ.ตราด” ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น และศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมในภาวะวิกฤต สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล

จะเห็นว่า ชอง ชองของตราด กะซอง เป็นชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์ที่สะท้อนให้เห็นพลวัตของชื่อเรียกผ่านการทำงานวิจัยทางภาษาศาสตร์ ทำให้ชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์ของชาวกะซองไม่ได้มีมิติในเชิงของอคติทางชาติพันธุ์ อย่างไรก็ตามเมื่อมีหลักฐานทางวิชาการปรากฏชัดเจนแล้วนั้น ในการเขียนเอกสารต่าง ๆ หรือการสื่อสารต่อสาธารณะ จึงควรใช้ชื่อเรียกที่ถูกต้องและได้รับการยอมรับจากเจ้าของวัฒนธรรม

ชื่อที่ผู้อื่นเรียก : ชอง, ชองของตราด

ชอง ปรากฏในเอกสารทางราชการของไทยมีชื่อว่า เอกสารกรมราชเลขาธิการ กระทรวงมหาดไทย รัชกาลที่ 5 (ม.4 เรื่องที่ 2 มณฑลจันทบุรี) ได้ระบุถึงผู้คนในพื้นที่จันทบุรี ว่ามีกลุ่มชองอยู่จำนวนมากในเขตตำบลที่เป็นรอยต่อกับเมืองปาจิน และตำบลทับไซ

อีกทั้งด้วยความใกล้เคียงทางภาษาระหว่าง “ชอง” และ “กะซอง” ทำให้เข้าใจว่าเป็นภาษาเดียวกัน ชาวกะซองบางคนเรียกตนเองว่า “คนชอง” และพูดภาษาชองเหมือนกัน เนื่องจากมีกลุ่มคำศัพท์คล้ายกัน แต่ภาษาวัฒนธรรมและสำนึกความเป็นชาติพันธุ์นั้นเป็นคนละกลุ่มชาวกะซอง (ณัฐมน โรจนกุล และรณกร รักษ์วงศ์, 2558: 69) เช่นเดียวกันกับคำขวัญขององคฺการบริหารส่วนตำบลนนทรีย์ อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด (2559: ออนไลน์) ที่กล่าวว่า “อ่างคลองโสน สวยใส น้ำตกทับกะได งามตา แหล่งการค้าชายแดน แก่นแท้ วัฒนธรรมชอง”

ชองของตราด เดิมชื่อกะซอง เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ชองของตราด” เนื่องจากระบวนการพัฒนาด้านภาษาศาสตร์ ได้มีกระบวนการฟื้นฟูภาษาที่อยู่ในภาวะวิกฤติ เมื่อผ่านกระบวนการศึกษาวิจัยและวิเคราะห์ทางภาษาแล้ว นักภาษาศาสตร์ได้ตั้งชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์นั้นว่า “ชองของตราด” เพื่อให้เห็นความแตกต่างจากชาวชองที่จังหวัดจันทบุรี

ภาษา

ตระกูลภาษาย่อย : มอญ-เขมร

ภาษากะซอง (Kasong) จัดอยู่ในภาษาศาสตร์สาขาเพียริก (Pearic) หมวดภาษามอญ-เขมร (Mon-Khmer) กลุ่มตระกูลออสโตรเอเชียติก (Austro-Asiatic)

ภาษาพูด : กะซอง

ชาวกะซองจำนวนน้อยมากที่พูดภาษากะซอง ระบบเสียงของภาษากะซองในหมู่บ้านคลองแสง โดยใช้แทคมีมิก (tagmemix) พบว่า ภาษากะซองมีหน่วยเสียงพยัญชนะ 21 เสียง โดยเสียงสระเดี่ยว 17 หน่วยเสียง โดยเสียงสระประสม 1 หน่วยเสียง ลักษณะน้ำเสียง 4 ลักษณะ พยางค์มี 3 ประเภทคือพยางค์หลัก พยางค์รอง และพยางค์นำ โดยคำ มี 3 ประเภท คือ คำพยางค์เดียว คำสองพยางค์ และคำสามพยางค์ ทำนองเสียงมี 1 ประเภทคือทำนองเสียงตก

ตัวอักษรที่ใช้เขียน : อักษรไทย

เดิมภาษากะซองนั้นไม่มีภาษาเขียนของตนเอง ใช้อักษรไทยเป็นภาษาเขียน โดยมหาวิทยาลัยมหิดลได้สร้างระบบตัวเขียนภาษากะซองขึ้นมา ได้แก่ พยัญชนะภาษากะซอง 21 ตัว สระภาษากะซอง 21 ตัว ตัวสะกด 12 ตัว และวรรณยุกต์ 4 เสียง

คำศัพท์ภาษากะซอง 2,481 คำ จำแนกเป็นหมวดต่าง ๆ เช่น หมวดอวัยวะร่างกายพืช ต้นไม้ ส่วนประกอบต้นไม้ ลักษณะภูมิประเทศ ปรากฏการณ์ธรรมชาติ สัตว์น้ำ สัตว์บก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ปีก ผลไม้ ของใช้ แมลง – แมง อวัยวะสัตว์ และกิริยาอาการ (ของพืช)

ปัจจุบัน ภาษากะซองอยู่ระหว่างกระบวนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ภาษาที่มีวรรณยุกต์และแนวโน้มในอนาคตคาดว่าภาษานี้จะกลายเป็นภาษาที่มีวรรณยุกต์ เนื่องจากไม่พบลักษณะน้ำเสียงก้องมีลมในภาษากะซองรุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังพบว่า ในภาษากะซองมีคำยืมจากภาษาไทยถึงร้อยละ 55.38 (Noppawan Thongkham, 2003) จากข้อมูลการสำรวจเมื่อปี 2559) พบว่า ชาวกะซองส่วนใหญ่พูดภาษาไทย และมีเพียงผู้สูงอายุเท่านั้นที่ยังมีการพูดภาษากะซอง ภาษากะซองจึงถูกจัดให้อยู่ในภาษาที่มีความเสี่ยงต่อการสูญหาย เนื่องจากขาดการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

สภาพพื้นที่อยู่อาศัย : กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่ราบ

การตั้งถิ่นฐานและการกระจายตัวประชากร :

จังหวัด
อำเภอ
ตำบล

ชาวกะซองส่วนใหญ่อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านคลองแสง บ้านด่านชุมพล มีเพียงจำนวนเล็กน้อยที่ตั้งถิ่นฐานที่บ้านปะเดา และบ้านทางกลาง ตำบลด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด พวกเขาอยู่กระจัดกระจายกันและปะปนกับคนไทยและคนกลุ่มอื่น ๆ เช่น ลาวอีสาน จีน เขมร ที่เข้ามาตั้งรกรากภายหลังหลัง บริเวณถิ่นที่อยู่เป็นที่ราบเชิงเขาและเนินเตี้ย (สุวิไล เปรมศรีรัตน์, สุนี คำนวลศิลป์ และณัฐมน โรจนกุล, 2559 :4-6) การที่ชาวกะซองตั้งถิ่นฐานในตำบลด่านชุมพลจำนวนมาก เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขในการทำหน้าที่ในการระวังตรวจตราพื้นที่ชายแดนมาตั้งแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบัน

แหล่งข้อมูล

ผู้เรียบเรียงข้อมูล :

ผศ.ดร. ดำรงพล อินจันทร์ ภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

เอกสารอ้างอิง :

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, สำนักกิจการชาติพันธุ์, กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ. (ม.ป.ท). กลุ่มชาติพันธุ์ในภาษาออสโตรเอเชียติก. สืบค้นเมื่อ 29 กุมภาพันธ์ 2563, จาก http://thailandethnic.m-society.go.th/Austro-Asiatic.html

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2558). แผนแม่บทการพัฒนากลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย พ.ศ. 2558-2560. กรุงเทพฯ: กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.

จดหมายเหตแห่งชาติ, สำนัก. เอกสารกรมราชเลขาธิการ กระทรวงมหาดไทย รัชกาลที่ 5 ม.4 เรื่องที่ 2 มณฑลจันทบุรี เรื่อง เมืองจันทบุรี (ปึก 1) (1 ส.ค. 123 - 11 ส.ค. 127).รหัสไมโครฟิล์ม มร. 5 ม/47,(ร.5ม.42(1-11) (ร.ศ.114-ร.ศ.129)) .เลขที่เอกสาร ม.42/10. [ออนไลน์]. เข้าถึงเมื่อ 2 กรกฎาคม 2559, เข้าถึงได้จากhttp://www.sac.or.th/databases/siamrarebooks/main/...

จดหมายเหตุแห่งชาติ, สำนัก. เอกสารกรมราชเลขาธิการ กระทรวงมหาดไทย รัชกาลที่ 5 ม.4 เรื่องที่ 2 มณฑลจันทบุรีเรื่องพวกเขมร พม่า กุลา ลาว อพยพเข้ามาอยู่ในแขวงเมืองตราด 19 ก.ย. -12 ก.พ. 121). รหัสไมโครฟิล์ม มร. 5 ม/47,(ร.5ม.42(1-11) (ร.ศ.114-ร.ศ.129)) .เลขที่เอกสาร ม.42/7 [ออนไลน์]. เข้าถึงเมื่อ 2 กรกฎาคม 2559, เข้าถึงได้จากhttp://www.sac.or.th/databases/siamrarebooks/main/...

ณัฐมน โรจนกุล, และ รณกร รักษ์วงศ์. (2554). ภาษากะซอง: เสียงของคนกลุ่มสุดท้ายแห่งดินแดนตะวันออก. วารสารวัฒนธรรม, 66-73.

ดำรงพลอินทร์จันทร์. (2559). รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์เรื่อง “พลวัตทางชาติพันธุ์ ณ พรมแดนตะวันออก กรณีศึกษา กลุ่มภาษากะซองและซำเร” ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).

มหาวิทยาลัยมหิดล, (ม.ป.ท). โครงการพลิกฟื้นภาษากะซองเพื่อสืบทอดให้คนรุ่นหลังอย่างยั่งยืน บ้านคลองแสง ตำบลด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด. สืบค้นเมื่อ 29 กุมภาพันธ์ 2563, จาก http://www.langrevival.mahidol.ac.th/Research/website/ks.html

ราชกิจจานุเบกษา. (2556). ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. 2556. เล่มที่ 130 ตอนพิเศษ 87ง ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2556.

สันติ เกตุถึก (หัวหน้าโครงการ). (2552). แนวทางการพลิกฟื้นภาษากะซองเพื่อสืบทอดให้คนรุ่นหลังอย่างยั่งยืน บ้านคลองแสง ตำบลด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด. สบับสนุนทุนการวิจัยโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่นศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมในภาวะวิกฤต, สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเซีย มหาวิทยาลัยมหิดล, กรุงเทพ.

สันติ เกตุถึก และคณะ. (2554). รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัย “แนวทางการพลิกฟื้นภาษากะซองเพื่อสืบทอดให้คนรุ่นหลังอย่างยั่งยืน บ้านคลองแสง ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ จ.ตราด” สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น และศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมในภาวะวิกฤต สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล.

สุวิไล เปรมศรีรัตน์, สุนี คำนวนศิลป์, และ ณัฐมน โรจนกุล. (2559). ภาษากะซอง :มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ. กรุงเทพ: สำนักกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์.

อริยะ เพ็ชร์สาคร. (2552). กลุ่มคนในอำเภอคลองใหญ่จังหวัดตราด: ที่ตั้งขึ้นเพื่อตัวของเขาเอง. สืบค้นเมื่อ 29 กุมภาพันธ์ 2563, จาก https://www.gotoknow.org/posts/287983

Kamnuansin, Sunee. (2003). “Syntactic characteristics of Kasong: an endangered language of Thailand.” Mon-Khmer Studies.

Khamnuansin, Sunee. (2002). “Kasong Syntax” MA thesis (Linguistics), Faculty of Graduate Studies, Mahidol University.

Schliesinger, Joachim (2011). Ethnic Groups of Cambodia Volume 1 Introduction and Overview.Bangkok: White Lotus Press.

Schliesinger, Joachim (2011). Ethnic Groups of Cambodia Volume 2 Profile of Austro-Asiatic-Speaking Peoples. Bangkok: White Lotus Press.

Thongkham, Noppawan. (2003). “The Phonology of Kasong at Khlong Saeng Village, Danchumphon Sub-district, Bo Rai District, Trat Province” MA thesis (Linguistics), Faculty of Graduate Studies, Mahidol University

สัมภาษณ์ :

จันทรา คงทน. ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านคลองแสง หมู่ที่ 3 ตำบลด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด. สัมภาษณ์. กรกฎาคม 2559

บัญชา เอกนิกร. ผู้ใหญ่บ้าน บ้านคลองแสง หมู่ที่ 3 ตำบลด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด. สัมภาษณ์. กุมภาพันธ์ – สิงหาคม 2559

พุ่ม เอกนิกร. บ้านคลองแสง หมู่ที่ 3 ตำบลด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด. สัมภาษณ์. กุมภาพันธ์ – สิงหาคม 2559

รำไพ เอกนิกร. บ้านคลองแสง หมู่ที่ 3 ตำบลด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด.สัมภาษณ์. มีนาคม – สิงหาคม 2559

สันติ เกตุถึก. บ้านคลองแสง หมู่ที่ 3 ตำบลด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด.สัมภาษณ์. กรกฎาคม. 2559

เสวย เอกนิกร. สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลด่านชุมพล ตำบลด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด. สัมภาษณ์. กุมภาพันธ์ –สิงหาคม 2559

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง :

ฐานข้อมูลงานวิจัยทางชาติพันธุ์: กะซอง

ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร