ชอง

ชื่อเรียกตนเอง : ชอง

ชื่อที่ผู้อื่นเรียก : ปัว, ซองชีขะโมย, ขำของ

ตระกูลภาษา : ออสโตรเอเชียติก

ภาษาพูด : ชอง

ภาษาเขียน : ไม่มีตัวอักษรที่ใช้เขียน

ข้อมูลอัพเดทล่าสุด ณ วันที่ 13 มิ.ย. 2566

671

ชองเป็นกลุ่มชนดั้งเดิมในแถบจังหวัดจันทบุรี ตราด และฉะเชิงเทรา ชนกลุ่มนี้เรียกตนเองว่า ชอง หมายถึง “คน” ในพจนานุกรมภาษาไทยของราชบัณฑิตยสถานฉบับ พ.ศ. 2525 ได้บรรจุอยู่โดยให้ความหมายว่าเป็นชื่อของชนกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดจันทบุรี อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของชาวชองได้นถูกบันทึกไว้ในเอกสารในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในชื่อ “ขำของ” ขณะที่ชาวชองในประเทศกัมพูชานั้น เรียกตัวเองว่า ตัมเร็จ สำเร และเป็นที่รู้จักของชนกลุ่มอื่นในชื่อ ปัว ซองชีขะโมย

ชาวชองเป็นกลุ่มคนที่ปรากฏในบันทึกของจีนตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 19 ตอนต้น ระบุว่า ชาวชองถูกชาวเขมรจับไปเป็นทาส และอาศัยอยู่ตามป่าเขา เก็บของป่าล่าสัตว์ ปลูกกระวานและฝ้าย สอดคล้องกับคำบอกเล่าของชาวชองที่จันทบุรี ที่มีการเพาะปลูกกระวานเป็นอาชีพสำคัญ ประกอบกับบันทึกหลายชิ้นที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ชาวชองที่อาศัยอยู่ในภาคตะวันออกของประเทศไทย บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี ตราด และในราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกัน มีภาษาและวัฒนธรรมของตนเองหากแต่ไม่มีการจดบันทึกเรื่องราวเนื่องจากไม่มีภาษาเขียน ชนกลุ่มนี้ดำรงชีพด้วยการเก็บของป่าล่าสัตว์ ปลูกกระวานและทำไร่ข้าว เช่นเดียวกับบันทึกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่กล่าวถึงชาวชองที่จันทบุรี สอดคล้องกับงานเขียนและนิพนธ์ของเสฐียรโกเศศและสุนธรภู่ ที่กล่าวถึงชาวชองจันทบุรีในทิศทางเดียวกัน ส่วนในหนังสือประวัติจังหวัดตราดที่เรียบเรียงโดยพระบริหารเทพธานี อดีตผู้ว่าราชการเมืองตราด เมื่อประมาณ พ.ศ. 2474 ระบุว่า ชาวชองในเมืองตราดเป็นชนพื้นเมืองตราดไม่ได้อพยพมาจากพื้นที่อื่น ส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยบริเวณเชิงเขาบรรทัดใกล้ชายแดนไทย - กัมพูชา นับถือศาสนาพุทธควบคู่กับผีบรรพบุรุษ จากบันทึกข้างต้นชี้ชัดว่า ชาวชองในประเทศไทยเป็นชนท้องถิ่นดั้งเดิม อาศัยอยู่ในแถบนี้มายาวนาน มีระบบสังคม ประเพณีวัฒนธรรมเฉพาะ ปัจจุบัน ชาวชองนั้นกระจายตัวอยู่ภาคตะวันออก ติดกับชายแดนประเทศกัมพูชา ในจังหวัดจันทบุรี ตราด ระยอง และฉะเชิงเทรา

แม้ว่า ชาวชองจะมีวิถีชีวิตที่เชื่อมโยงกับกระวานมายาวนาน แต่ในปัจจุบัน มีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตมาดำรงชีพด้วยการทำเกษตร โดยเฉพาะการทำสวนผลไม้ แต่ยังไม่ละทิ้งภูมิปัญญาดั้งเดิม โดยเฉพาะพืชสมุนไพร เช่น กระวาน เร่ว และไม้กฤษณา (ไม้หอม) เป็นพืชเศรษฐกิจในยุคก่อนก็ยังคงมีอยู่ ยาสมุนไพรพื้นบ้านหลายตำรับได้รับการสืบทอดและสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาต่อยอด ขณะเดียวกันยังมีความเชื่อเรื่องผีอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการเล่นผีหิ้งผีโรง ที่ถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสืบสายตระกูลและบรรพบุรุษไม่ให้หลงลืมกัน ระบบความเชื่อเรื่องผีจึงเป็นความรู้ภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของชาวชองที่ยังดำรงอยู่เพื่อธำรงอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ของตนเอง

ชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์

ชื่อเรียกตนเอง : ชอง

ชอง เป็นชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยที่ใช้ในปัจจุบัน “ชอง” แปลว่า “คน” คำนี้เป็นทั้งชื่อเรียกกลุ่มชนดั้งเดิมของจังหวัดจันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา และภาษาถิ่นที่พวกเขาใช้พูดกันในพจนานุกรมภาษาไทยของราชบัณฑิตยสถานฉบับ พ.ศ. 2525 มีคำนี้บรรจุอยู่ โดยมีความหมายว่าเป็นชื่อของชนกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดจันทบุรี (สุวิไล เปรมศรีรัตน์ และคณะ, 2550: 3-4)

นอกจากนี้ ชอง ในอีกความหมายหนึ่งแปลว่า “งุ่มง่าม” ชาวชองอธิบายว่า งุ่มง่ามเป็นเพราะพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของพวกตนนั้นงุ่มง่ามเหมือนหมี ความงุ่มง่าม จึงเป็นการระมัดระวังตัว เข้าป่าห้ามเดินดัง กลัวสัตว์จะรู้ และเป็นคนไม่กล้าแสดงออก เก็บตัว ค่อยๆ คิด เห็นได้จากเมื่อก่อนถ้ามีคนภายนอกมาจะหนีเข้าห้อง (เกศสุดา สิทธิสันติกุล, 2546: 8, สัมภาษณ์ นายเฉิน ผันผาย, 2558) อนึ่ง สำหรับคำว่า “งุ่มง่าม” ในภาษาชองจะใช้คำว่า “เซอะซะ” และ “หมี” ใช้คำว่า “ซู้ด”

ตัมเร็จ และ สำแร เป็นชื่อเรียกตัวเองของชาวชองในประเทศกัมพูชา

ชื่อที่ผู้อื่นเรียก : ปัว, ซองชีขะโมย, ขำของ

“ปัว (porr) เป็นชื่อที่คนกัมพูชาใช้เรียกพวกเขา แต่ชาวชองในกัมพูชานั้นเรียกตัวเองว่า “ตัมเร็จ” หรือ “สำแร" ภาษาพูดคล้ายคลึงกับภาษาเขมร อย่างไรก็ดี ชาวชองกับชาวเขมรมีความแตกต่างกันด้านรูปลักษณ์ขนาดของกะโหลกศีรษะ อีกทั้งชาวชองมักจะมีเลือดนิกริโต เช่นเดียวกับกลุ่มชาติพันธุ์มานิที่พบในภาคใต้ของประเทศไทย ผสมอยู่ประมาณร้อยละ 20 (Krongsiri, 2014: 58)

ซองชีขะโมย เป็นชื่อเรียกที่ปรากฏในบันทึกของโจวต้ากวน (ค.ศ. 1838) ที่ระบุว่า ในประเทศกัมพูชามีคนป่าพวกหนึ่งที่มาจากแถบภูเขา รวมกันอยู่เป็นกลุ่มต่างหากเรียกว่า "ซองชีขะโมย” เมื่อพาเข้าไปในหมู่บ้าน คนกลุ่มนี้ไม่กล้าออกมาแสดงตนถึงกับว่าพวกนี้คล้ายสัตว์ จึงซื้อขายคนป่าพวกนี้ด้วยราคาไม่มากนัก คนกลุ่มนี้ได้แต่นั่งและนอนอยู่ใต้ถุนบ้าน เมื่อถึงคราวจะไปรับใช้ พวกชองจึงจะขึ้นบนบ้านแล้วคุกเข่าลงหมอบกราบก่อนที่จะเดินต่อไป นอกจากนี้ในบันทึกของโจวต้ากวนยังได้บรรยายถึงสถานะอันเลวร้ายของชาวชองไว้ ว่ายาพิษของชาวชองร้ายแรงมาก พวกนี้มักจะฆ่ากันแม้จะเป็นพวกเดียวกัน อย่างไรก็ดี ในเรื่องการดูถูกชาวชองของชาวกัมพูชานั้น ในปัจจุบันยังคงมีอคติต่อชาวชองว่าเป็นชาวป่าชาวดอยจนเกิดสำนวนว่า “เธวอะ อะเวย โดจ เจีย จวง” (ทำอะไรเหมือนคนชอง) เป็นสำนวนที่ใช้ว่าคนที่ทำอะไรไม่ถูกต้อง ซึ่งชาวกัมพูชาถือว่าเป็นคำดูถูก เพราะถ้าเขาถูกเรียกว่า “อาจวง” (อ้ายชอง) เขาจะโกรธมาก นักโบราณคดีและนักมานุษยวิทยาสันนิษฐานว่า “ชอง” อาจเป็นทาสที่สำคัญของอาณาจักรกัมพูชาโดยเฉพาะในยุคสังคมทาสนครธม ที่ใช้แรงงานชาวชองเป็นกำลังในการผลิตและสกัดหินขนหินสร้างเทวสถานน้อยใหญ่ภายใต้การควบคุมของหัวหน้างานสถาปนิกและช่างสลักฝีมือดีชาวกัมพูชา อย่างไรก็ตามแม้ว่าชาวเขมรจะดูถูก “ชอง” เพียงใด หากแต่ชาวชองยังเป็นกลุ่มคนที่มีศักดิ์ศรี (อภิลักษณ์ เกษมผลกูล,2555: 90-93)

ขำของ เป็นชื่อเรียกที่หมายถึงชาวชองในจังหวัดจันทบุรี พบในเอกสารในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ภาษา

ตระกูลภาษา : ออสโตรเอเชียติก

ตระกูลภาษาย่อย : มอญ-เขมร

ภาษาชองเป็นภาษาดั้งเดิมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดอยู่ในภาษาตระกูลออสโตรเอเชียติก (Austro-Asiatic language) ในสาขามอญ-เขมร กลุ่มย่อยเปียริก (Pearic language) สาขาตะวันตก

ภาษาพูด : ชอง

Martin, M. ชาวฝรั่งเศสได้ศึกษาภาษาชองในอำเภอมะขาม ต่อมาปี 2536 ได้เปลี่ยนมาเป็นกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฎ ในปี 2550 ยกฐานะเป็นอำเภอเขาคิชฌกูฎ และอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พบความแตกต่างในกลุ่มภาษาชอง โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ถิ่น เรียกภาษาชองที่อำเภอเขาคิชฌกูฏว่า “ชองลอ” (Chong lɔɔ) และเรียกภาษาชองที่พูดในอำเภอโป่งน้ำร้อนว่า “ชองเฮิบ” (Chong həəp) ทั้งคำว่า “ลอ” และ “เฮิบ” เป็นเพียงคำลงท้ายประโยค ต่อมาอิสระ ชูศรี (Isara, 2002b) นักภาษาศาสตร์ได้ศึกษาภูมิศาสตร์ภาษาถิ่นของภาษาชองในจังหวัดจันทบุรีพบว่า ภาษาชองมีลักษณะแตกต่างกัน สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ถิ่นย่อยตามที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ได้แก่

1) ภาษาชองถิ่นทางเหนือของอำเภอเขาคิชฌกูฎ (Northern Chong) อยู่บริเวณตำบลตะเคียนทองและคลองพลู (เดิมเป็นตำบลเดียวกัน) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเขาสอยดาว สอดคล้องกับผลการศึกษาของ Martin, M. ที่ศึกษาภาษาชองเฮิบ บางครั้งจึงเรียกภาษาชองคลองพลู

2) ภาษาชองถิ่นทางใต้ของอำเภอเขาคิชฌกูฎ (Southern Chong) อยู่บริเวณตำบลพลวง ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเขาสอยดาว

3) ภาษาชองถิ่นตะวันออก (Eastern Chong) อยู่บริเวณอำเภอโป่งน้ำร้อน ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของเขาสอยดาว สอดคล้องกับผลการศึกษาของ Martin, M. ที่ศึกษาภาษาชองลอ บางครั้งเรียกภาษาชองบ้านวังกระแพร

ส่วนใหญ่แล้ว ความแตกต่างของสำเนียงภาษาชองเป็นผลมาจากการที่กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้ทำการติดต่อกันหรือแยกกันอยู่ ซึ่งเป็นผลมาจากการเดินทางที่ยากลำบาก เพราะชาวชองมักอาศัยกันอยู่ในป่าทึบ (Isara, 2002b)

ตัวอักษรที่ใช้เขียน : ไม่มีตัวอักษรที่ใช้เขียน

ภาษาชองนั้นไม่มีตัวอักษรที่ใช้เขียน ต่อมาเมื่อสถานการณ์ด้านภาษาอยู่ในภาวะวิกฤติเสี่ยงจะสูญหาย ในช่วง พ.ศ. 2545 จึงมีการรื้อฟื้นภาษาชอง รวมถึงสร้างระบบตัวเขียนโดยใช้ตัวอักษรไทย และการสร้างวรรณกรรมหนังสืออ่านภาษาชองระดับต่างๆ มีการสอนภาษาชองเป็นหลักสูตรท้องถิ่นในโรงเรียน และมีการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้เพื่อฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมชอง โดยการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยมหิดล

สภาพพื้นที่อยู่อาศัย : กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่ราบ

ชาวชองตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทยติดกับประเทศกัมพูชา พบใน 4 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด ระยอง และฉะเชิงเทรา นอกจากนี้ยังพบในจังหวัดปราสาท จังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นจังหวัดรอยต่อติดพรมแดนกับประเทศไทยที่จังหวัดตราดและจันทบุรีอีกด้วย ในประเทศไทยพบกลุ่มคนที่พูดภาษาใกล้เคียงกับชาวชอง ได้แก่ ชาวกะซอง (Kasong) และชาวซัมเร (Samre) (Isara, 2002b) ส่วนในประเทศกัมพูชาได้แก่ กลุ่มชาวซัมเร ชาวซัมเรย์ (Samray) ชาวเปีย (Pear) และชาว Saoch

ชาวชองส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในจังหวัดจันทบุรี บริเวณเขาสอยดาวเหนือ อาศัยอยู่อย่างหนาแน่นในอำเภอเขาคิชฌกูฎ ในตำบลลตะเคียนทองและตำบลคลองพลู (มิรินด้า บูรรุ่งโรจน์, 2550: 14) บ้านคลองพลู บ้านกะทิง บ้านตะเคียนทอง บ้านคลองพลู บ้านคลองน้ำเป็น ใกล้น้ำตกกะทิง อำเภอเขาคิชฌกูฎ บ้านวังแซม บ้านปิด อำเภอมะขาม และบ้านวังกะแพร อำเภอโป่งน้ำร้อน ส่วนในจังหวัดตราดอยู่อาศัยกันที่บ้านคลองแสง บ้านด่านชุมพล และบ้านปะเดา อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด บางแหล่งข้อมูลระบุว่ามีชาวชองประมาณ 8,400 คน ในขณะที่ข้อมูลการสำรวจภายใต้โครงการแผนที่ภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทยของมหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ชาวชองในประเทศไทยมีประชากรประมาณ 4,000 คน(มิรินด้า บูรรุ่งโรจน์, 2550: 13) อาจเป็นเพราะยังไม่มีการสำรวจกันอย่างจริงจัง ในขณะที่ในประเทศกัมพูชาคาดการณ์ว่ามีชาวชองประมาณ 1,500 คน (Joshua Project, 2015)

ในอดีตพื้นที่อยู่อาศัยของชาวชองจะเป็นแหล่งที่มีพรรณไม้และเครื่องเทศที่มีราคา เช่น ไม้กฤษณา เร่วหอม และกระวาน เป็นต้น นอกจากนั้นยังเคยเป็นแหล่งผลิตน้ำมันยางจากธรรมชาตินำไปใช้ในการยาเรือ ทาบ้าน และทำเป็นขี้โล้นำไปใช้จุดไฟให้แสงสว่าง ทั้งหมดเป็นเหตุผลที่ทำให้ชาวชองอาศัยอยู่ใกล้กับแนวภูเขา (มิรินด้า บูรรุ่งโรจน์, 2550: 15) แต่ทว่า วิถีชีวิตของพวกเขาไม่อาจจัดได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่นิยมการอาศัยอยู่บนภูเขา เพราะบ้านเรือนจะปลูกในพื้นที่ราบ แต่จะใช้ภูเขาเป็นแหล่งเพาะปลูกและล่าสัตว์

แหล่งข้อมูล

ผู้เรียบเรียงข้อมูล :

ผศ.พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เอกสารอ้างอิง :

กรมศิลปากร. (2520). ชีวิตและงานท่านสุนทรภู่. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา.

เกศสุดา สิทธิสันติกุล, บรรณาธิการ. ‘พะซวช์อง’ ฟื้นวิถีชาติพันธุ์: ผ่านห้องเรียน. เชียงใหม่: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.), 2546.

ขนิษฐา หอมแช่ม. (2549). “การศึกษาวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับดนตรีของชนเผาชอง ตําบลตะเคียนทอง จังหวัดจันทบุรี”. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชามานุษยดุริยางควิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

คำรณ วังศรี และคณะ. (2562). รายงานความก้าวหน้าโครงการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสมุนไพรพื้นบ้านชอง ตำบลตะเคียนทอง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย. ( มปป). ชนเผ่าพื้นเมือง ชอง. เชียงใหม่: มูลนิธิชนเผ่าพื้นเมืองเพื่อการศึกษาและสิ่งแวดล้อม (ม.ก.ส)

จิตร ภูมิศักดิ์. ความเป็นมาของคำสยาม ไทย ลาว และขอม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ดวงกมล และมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2525.

จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว.พระบาทสมเด็จพระ. (2419). พระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. ระยะทางเสด็จประพาสเมืองจันทบุรี. เมื่อวันเสาร์ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 2 ปีชวด อัฐศก 1238 (พ.ศ. 2419)

เจตน์จรรย์ อาจไธสง เฉินผันผาย คำรณวังศรี TunPheakdey, Chum Lay, CherdchonKhway, and Vann Sopheak. (2560). อัตลักษณ์ทางสังคมและวัฒนธรรม “ชาวชอง-ชาวซำเร” ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย-กัมพูชา. รายงานความก้าวหน้าวิจัย ประจำปีงบประมาณ 2559 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี ร่วมกับ University of Management and Economics เดือนมกราคมพ.ศ. 2560. ได้รับทุนสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ปีงบประมาณ 2559.

เจตน์จรรย์ อาจไธสง อังคณา ประเสริฐศรี และคำรณ วังศรี. (2560). กลวิธีการสื่อสารภูมิปัญญาการรักษาโรคแบบชองระหว่างหมอพื้นบ้านกับผู้สืบทอดภูมิปัญญา. รายงานการวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี.

เฉลิม ยงบุญเกิด, แปล. บันทึกว่าด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจินละ. กรุงเทพฯ: มติชน, 2543.

เฉิน ผันผาย. โครงการวิจัยการอนุรักษ์และฟื้นฟูภาษาชอง ต.ตะเคียนทอง และ ต.คลองพลู กิ่ง อ.เขาคิชฌกูฎ จ.จันทบุรี. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.), 2544.

ชิน อยู่ดี. (2506). รายงานเสนอกองโบราณคดีกรมศิลปากร. เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2506.

ปาลเลกัวซ์, มงเซเญอร์. (2552). เล่าเรื่องกรุงสยาม. แปลโดย สันท์ ท. โกมลบุตร. นนทบุรี: สำนักพิมพ์ศรีปัญญา.

พระครูธรรมสรคุณ และธรรม พันธุ์ศิริสด. (2541). อารยธรรมชอง จันทบุรี อาณาจักรจันทรบูร เมืองเพนียด. จันทบุรี: คนรักบ้าน.

มิรินด้า บูรรุ่งโรจน์, บรรณาธิการ. (2550). ประสบการณ์การฟื้นฟูภาษาในประเทศไทย กรณีภาษาชอง จังหวัดจันทบุรี. กรุงเทพฯ: ศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูวัฒนธรรมในภาวะวิกฤต มหาวิทยาลัยมหิดล, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.).

ราชบัณฑิตยสถาน. (2555). คู่มือระบบเขียนภาษาชองอักษรไทย. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน.

สายพิรุณ สินฤกษ์. (2546). ดนตรีในสังคมวัฒนธรรมของชาวชอง ตำบลตะคียนทอง จ.จันทบุรี. ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล.

สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10 สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2554). ชนเผ่าชอง. สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2563 จาก http://www.tpso10.org/index.php?option=com_content...

สุธาสินี บุญเกิด. (2564). ชุมชนตะเคียนทองกับห้องแห่งความลับ. คลังข้อมูลชุมชน. ออนไลน์เข้าถึงได้จาก https://communityarchive.sac.or.th/blog/132 เข้าถึงเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565

สุนทรภู่. นิราศเมืองแกลง. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2349.

สุเรขา สุพรรณไพบูลย์. (2530). การศึกษากลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย: ชอง. กรุงเทพฯ: สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย.

สุวิไล เปรมศรีรัตน์. พัฒนาระบบเขียนภาษาชอง. วารสารภาษาและวัฒนธรรม. นครปฐม: สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล, 19.2: 5-18, 2543.

สุวิไล เปรมศรีรัตน์และคณะ. (2550). ประสบการณ์การฟื้นฟูภาษาในประเทศไทย กรณีภาษาชอง จังหวัดจันทบุรี. เชียงใหม่: วนิดาการพิมพ์.

หลวงสาครคชเขตต์. จดหมายเหตุความทรงจำฝรั่งเศสยึดจันทบุรี พ.ศ.2436-2447. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ต้นอ้อ แกรมมี่, 2539.

Crawford, John. (1856). A Descriptive Dictionary of Indian Islands and Adjacent Countries. (Reprinted edition 1971) Singapore:Oxford University Press.

Huffman, Franklin E. (1985). “The Phonology of Chong” in S. Ratcnaskul. D, Thomas, S. Premsrirat, eds. SALS. pp.428-478.

Isara Choosri. Châak and other Chong Place names: Linguistic remains of a Mon-Khmer people in eastern Thailand, Mon-Khmer Studies, 34: 67-77, 2002a.

Isara Choosri. Dialects of Chong, Mon-Khmer Studies 32:55-70. 2002b.

Joshua Project. (2020). Chong in Cambodia. Retrieved April 1, from https://joshuaproject.net/people_groups/11366/CB

Joshua Project. (2020). Chong in Thailand. Retrieved April 1, from https://joshuaproject.net/people_groups/11366/TH

n.a. (2018). Chong: a language of Thailand. SIL International.

Schliesinger, Joachim (2011). Ethnic Groups of Cambodia Volume 1 Introduction and Overview. Bangkok: White Lotus Press.

Schliesinger, Joachim (2011). Ethnic Groups of Cambodia Volume 2 Profile of Austro-Asiatic-Speaking Peoples. Bangkok: White Lotus Press.

Seidenfaden, Erik. (1938). “The Races of Indo-China”, Journal of the Siam Society. 30 (3): 57-

เว็บไซต์

เทศบาลตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี : www.klongplucity.go.th เข้าถึงข้อมูลวันที่ 14 ธันวาคม 2558.

Joshua Project. https://joshuaproject.net/people_groups/11366/CB. [Accessed on 14 Dec 2015].

สัมภาษณ์ :

นายเฉิน ผันผาย, อายุ 78 ปี. บ้านเลขที่ 1/2 ม.4 บ้านคลองพลู ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี, สัมภาษณ์วันที่ 11-13 ธันวาคม 2558.

นางเสียง คล้ายมะลิ, อายุ 82 ปี. บ้านเลขที่ 21 ม.4 บ้านคลองพลู ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี, สัมภาษณ์วันที่ 13 ธันวาคม 2558.

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง :

ฐานข้อมูลงานวิจัยทางชาติพันธุ์ : ชอง

ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร