ไตหย่า

ชื่อเรียกตนเอง : ไตหย่า, ไทหย่า, ไต

ชื่อที่ผู้อื่นเรียก : ฮวาเย่าไต

ตระกูลภาษา : ไท

ภาษาพูด : ไตหย่า

ภาษาเขียน : ไม่มีตัวอักษรที่ใช้เขียน

ข้อมูลอัพเดทล่าสุด ณ วันที่ 13 มิ.ย. 2566

204

ไตหย่า หรือ ไทหย่าเป็นชื่อเรียกตัวเองของชาวไตหย่า ที่อาศัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ทั้งนี้ คำว่า “ไต” เป็นการออกเสียงในภาษาของชาวไทหย่า และชาวไตในพื้นที่ภาคเหนือส่วนคำว่า “ไท” เป็นการออกเสียงในสำเนียงไทยกลาง ทั้งสองสำเนียงมีความหมายเดียวกัน คือ ชนชาติไต ส่วนคำว่า หย่า สันนิษฐานว่ามาจากชื่อเมือง ที่ชนกลุ่มนี้อาศัยอยู่ ดังนั้น คำว่า ไตหย่า จึงหมายถึง ชาวไตเมืองหย่า ในสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเรียกชนกลุ่มนี้ว่า ฮวาเย่าไตแปลว่า ไตผ้าคาดเอวลายเนื่องจากเป็นกลุ่มที่ลักษณะเด่นของชุดแต่งกายสตรี ซึ่งมีผ้าคาดเอวที่ปักลวดลายและตกแต่งแถบผ้าหลากสีสันสวยงาม

ชาวไตหย่า เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีถิ่นฐานเดิมอยู่ในประเทศจีน อำเภอซินผิง มณฑลยูนนานถิ่นฐานดั้งเดิมของของชาวไตหย่าในประเทศจีนเป็นพื้นที่ลาดเอียงจากภูเขาสูงลงสู่แม่น้ำแดง ที่ดินแถบนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ ชาวไตหย่าจึงมีวิถีการดำรงชีพด้วยการทำเกษตร แต่ส่วนใหญ่ไม่มีที่ทำกินเป็นของตนเอง ภายหลังจากการเดินทางของหมอดอดจ์ และคณะมิชชันนารีเพื่อเผยแพร่ศาสนาในตอนใต้ของจีน ส่งผลให้ชาวไตหย่าบางส่วนเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ ในขณะนั้นจีนมีการควบคุมและกีดกันการนับถือศาสนา ชาวไตหย่าที่เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์จึงมีชีวิตที่ยากลำบากมากขึ้น ต่อมาหมอสอนศาสนาได้เดินทางกลับประเทศไทยจึงได้มีการชักชวนชาวไตหย่าที่ทำหน้าที่เป็นลูกหาบร่วมเดินทางมาด้วย ชาวไตหย่าจำนวนสิบครอบครัวจึงตัดสินใจติดตามมาด้วยการเดินเท้าจากหมู่บ้านผ่านซือเหมา สิบสองปันนา เชียงรุ่ง เข้าสู่พม่า ผ่านเมืองยอง เมืองพยาก ท่าเดื่อ เมืองพง และเข้าสู่ประเทศไทย ใน พ.ศ. 2470 ชนกลุ่มนี้ได้ตั้งชุมชนในพื้นที่ป่าเขาในจังหวัดเชียงราย ต่อมาประมาณ พ.ศ. 2476 มีชาวไตหย่าได้เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยอีกระลอกหนึ่งและมีการตั้งชุมชนชาวไตหย่าแห่งแรก คือ บ้านป่าสักขวาง ต่อมาได้มีการขยับขยายออกไปตั้งถิ่นฐานในพื้นที่บ้านน้ำบ่อขาวตำบลห้วยใคร้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ปัจจุบันทั้งสองชุมชนมีครอบครัวชาวไตหย่าอาศัยอยู่ปะปนกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ทั้งคนเมือง ไทใหญ่ จีนฮ่อ ฯลฯ(จุไรรัตน์ และเลหล้า, 2552)

ชาวไตหย่า มีวิถีวัฒนธรรมที่โดดเด่นในด้านการทอเสื่อกก ที่เนิ่มต้นจากกลุ่มที่ติดตามมิชชันนารีได้นำเหง้าต้นกกติดตัวมาจากบ้านเกิด จนมีการพัฒนาให้กลายเป็นหัตถกรรมที่มีชื่อเสียง ด้วยกระบวนการปลูก และถักทอตามความรู้ดั้งเดิม ปัจจุบัน “สาดไตหย่า” ถือเป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในจังหวัดเชียงราย และระดับภูมิภาค นอกจากนี้ชาวไตหย่ายังมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นในด้านการแต่งกาย ด้วยการใช้ผ้าซิ่นสองผืน สื่อ ตัวใน เสื้อคลุมตัวนอก ผ้าคาดเอวลายและหมวก ซึ่งเป็นการแต่งกายดั้งเดิมเมื่อครั้งอาศัยอยู่ในประเทศจีน ปัจจุบัน เสื้อผ้าของผู้หญิงไตหย่าในประเทศไทยบางส่วนซื้อจากประเทศจีน เมื่อครั้งเดินทางกลับไปตามหาญาติพี่น้องในดินแดนบ้านเกิดของบรรพบุรุษ

ชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์

ชื่อเรียกตนเอง : ไตหย่า, ไทหย่า, ไต

ไตหย่า เป็นชื่อเรียกตนเองของชาวไตหย่าในประเทศไทย เนื่องจากพวกเขาอพยพมาจาก ตำบลโมซา คำว่า ไตหย่า เป็นสำเนียงของคนไตหย่า และคนท้องถิ่นแถบภาคเหนือ

ไทหย่า เป็นชื่อเรียกที่ออกเสียงตามภาษาไทยกลาง

ไต เป็นชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์ในภาพรวม ที่มักถูกใช้เมื่อต้องการใช้เรียกตนเองและเรียกกลุ่มอื่นๆ ในตระกูลเดียวกัน โดยไม่ได้ระบุถึงชื่อเมืองหรือกลุ่มย่อย

ศาสนาจารย์บุญยืน ชัยประเสริฐ (อดีตประธานชมรมไตหย่า) สันนิษฐานว่า ชื่อ “เมืองหย่า” อาจมาจากการแยกกันระหว่างทัพหน้ากับทัพหลวงของเจ้าผู้ครองหนองแส ซึ่งเป็นไต ตามตำนาน ระบุว่า เจ้าผู้ครองหนองแสถูกจีนฮั่นรุกราน จึงส่งกองทหารหนุ่มและครอบครัวเป็นกองทัพหน้า เดินทางล่วงหน้าลงมาหาที่ตั้งบ้านเมืองใหม่ โดยให้ตัดต้นไม้บอกทางไว้ กองทัพหน้าได้เดินทางนำไปจนถึงเขตสิบสองปันนา ส่วนทัพหลวงเมื่อมาถึงบริเวณตำบลโมซาเจียง เห็นว่า ต้นกล้วยที่ทัพหน้าตัดทิ้งไว้ได้ผลิใบ ซึ่งมองว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำและที่ราบลุ่ม จึงตัดสินใจปักหลักตั้งถิ่นฐานในพื้นที่แทนการติดตามทัพหน้า เมื่อเกิดการแยกจากกัน จึงตั้งชื่อเมืองว่า เมืองหย่า ซึ่งกลายเป็นที่มาของชื่อ ไตหย่า

ชื่อที่ผู้อื่นเรียก : ฮวาเย่าไต

ฮวาเย่าไต (Huayao dai) แปลว่า ไตผ้าคาดเอวลาย (Flowery Belted) เนื่องจากชาวไตหย่า มีความโดดเด่นของชุดแต่งกายสตรี ซึ่งมีผ้าคาดเอวที่ปักลวดลายและตกแต่งแถบผ้าหลากสีสันสวยงามบริเวณรอบเอวเป็นคำเรียกชาวไตหย่าโดยคนจีนในประเทศจีน

ชาวจีนเรียกคนกลุ่มนี้ว่า ฮวาเย่าไต (Huayao dai) เป็นกลุ่มที่อาศัยอยู่ในอำเภอซินผิง ประเทศจีนชาวฮวาเย่าไต ประกอบด้วย ชาวไตกลุ่มย่อย 4 กลุ่ม ได้แก่ ไตหย่า ไตข่า ไตซาย และไตจุ้ง แต่ละกลุ่มความแตกต่างกันทั้งในด้านพื้นที่อยู่อาศัย และการแต่งกายแตกต่างกัน แต่ทว่า มีภาษาและขนบธรรมเนียมประเพณีเหมือนกัน

ไตหย่า เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดของชนชาติฮวาเย่าไต อาศัยอยู่ในหลายหมู่บ้านของตำบลโมซาเจียง หรือเมืองหย่า (สันนิษฐานว่าเป็นคำเดียวกันกับภาษาไทย ที่หมายถึง การแยกจากกัน) ส่วนไตข่านิยมอาศัยอยู่บนพื้นที่ตามเชิงเขาหรือพื้นที่มีลักษณะเป็นเนินเขา อาศัยรวมกันหนาแน่นที่สุดที่หมู่บ้านนาเก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีพิพิธภัณฑ์ ฮวาเย่าไต ส่วนไตซายตั้งหลักแหล่งอยู่ที่เมืองซาย (เป็นคำเดียวกับ “ทราย” ในภาษาไทย) หรือที่ชาวจีนเรียกว่า เมืองกาใส (Kasai) เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับอาหารที่มีความอร่อยที่สุดในชนชาติฮวาเย่าไต และไตจุ้ง เป็นกลุ่มฮวาเย่าไต ที่อยู่ทางตอนใต้สุดของอำเภอซินผิง พื้นที่ที่ติดต่อกับแคว้นสิบสองปันนา ชาวไตจุ้งอาศัยรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ที่เมืองจุ้ง หรือเมืองหยวนเจียง อย่างไรก็ตาม เมื่อคนเหล่านี้อพยพเข้ามาตั้งรกรากในประเทศไทย จะเรียกกลุ่มเหล่านี้ว่าเป็นพี่น้อง “ไตหย่า” (บุญยืน, มปป.)

ภาษา

ตระกูลภาษา : ไท

ตระกูลภาษาย่อย : ไต-ไต

ภาษาไตหย่า จัดอยู่ในตระกูลภาษาไต กะได กลุ่มตะวันตกเฉียงใต้ สาขาย่อย ชาน/ไทใหญ่ ซึ่งในกลุ่มสาขาย่อยนี้มีภาษา ไทลื้อ ไทดำ ไทขึน ไทยวน ไทยอง และไตหย่า

ภาษาพูด : ไตหย่า

ภาษาไตหย่า เป็นคำโดดมีระบบเสียงทั้งหมด 41 หน่วยเสียง ได้แก่ หน่วยพญัญชนะ 18 หน่วยเสียง หน่วยเสียงสระ 18 หน่วยเสียง และหน่วยวรรณยุกต์ 18 หน่วยเสียง ลักษณะโครงสร้างภาษาเรียงคำเช่นเดียวกับภาษาไทย คือ ประธาน+กรรม+กริยา

ภาษาไตหย่า เป็นภาษาในกลุ่มคนไต ในประเทศไทยนั้นผู้พูดจำนวนน้อย เนื่องจาก กลุ่มคนที่อพยพมาช่วงแรกไม่ได้มีการถ่ายทอดภาษาให้ลูกหลานอีกทั้งชาวไตหย่ามีการแต่งงานข้ามกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้ภาษาไตหย่าไม่ได้รับการสืบทอดทั้งนี้ มีเพียงผู้สูงอายุซึ่งมีจำนวนน้อยที่ยังคงพูดภาษาไตหย่าได้

สถานการณ์การสูญหายของภาษาไตหย่า เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการอพยพย้ายถิ่นฐาน และการปรับตัวเข้าสู่สังคมเมือง ส่งผลให้ชาวไตหย่าหลีกเลี่ยงการพูดภาษาของตัวเอง เพราะเกรงว่าจะโดนดูถูก และล้อเลียน จึงไม่นิยมพูดภาษาไตหย่า และหันมาฝึกภาษาพื้นถิ่นภาคเหนือแทน นอกจากนี้ เงื่อนไขด้านการแต่งงานข้ามกลุ่มวัฒนธรรมก็เป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้เกิดการกลืนกลายของภาษาไตหย่า เยาวชนรุ่นใหม่จึงไม่สามารถฟังภาษาไตหย่าได้ แต่ไม่สามารถพูดได้

ปัจจุบัน กลุ่มคนที่ยังสามารถพูดภาษาไตหย่าได้มักเป็นกลุ่มผู้สูงอายุภายในชุมชนดังที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ไตหย่าส่วนใหญ่ในจังหวัดเชียงรายที่มีการอยู่อาศัยรวมกันในชุมชนเป็นเครือญาติและมีความผูกพันมีการพบปะใกล้ชิดกันอยู่เสมอในชีวิตประจำวัน คนกลุ่มนี้จึงยังคงใช้ภาษาไตหย่าในการสื่อสารภายในกลุ่มรวมทั้งมีการทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกัน เช่น การอาหารไตหย่าเพื่อรับประทานร่วมกัน การมีกิจกรรมทางศาสนาคริสต์ร่วมกัน จนกระทั่งเกิดความสำนึกต่อการเป็นชาติพันธุ์ไตหย่า จึงมีการรวมตัวกันตั้งชมรมไตหย่าขึ้นเพื่อฟื้นฟูวัฒนธรรมและรักษาอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์ไตหย่า (จุไรรัตน์ และเลหล้า, 2552)

ตัวอักษรที่ใช้เขียน : ไม่มีตัวอักษรที่ใช้เขียน

ภาษาไตหย่าในประเทศไทยนั้นไม่มีตัวอักษรสำหรับใช้เขียน และไม่ได้มีการสร้างตัวเขียนแต่อย่างใด ส่วนภาษาไตหย่าในประเทศจีน ปัจจุบันมีการใช้ตัวอักษรจีนเป็นภาษาเขียน

สภาพพื้นที่อยู่อาศัย : กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่ราบ

การตั้งถิ่นฐานและการกระจายตัวประชากร :

จังหวัด
อำเภอ
ตำบล

การอพยพย้ายถิ่นมายังประเทศไทย ในระยะแรกชาวไตหย่าได้ตั้งถิ่นฐานในบ้านป่าสักขวาง ตำบลห้วยใคร้อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ต่อมามีการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร ทำให้สภาพการอยุ่อาศัยมีความแออัด จึงเกิดการขยายตัวของชุมชน บางครอบครังได้อพยพเพื่อหาที่ทำกินใหม่ และย้ายมาอยู่อาศัยอที่บ้านน้ำบ่อขาว ตำบลห้วยใคร้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นชุมชนที่มีชาวไตหย่าอาศัยอยู่รวมกันมากกว่าพื้นที่อื่น (เลหล้า ตรีเอกานุกูล, 2554, น.32) ปัจจุบันชาวไตหย่าอาศัยอยู่ร่วมกันกับกลุ่มชาติพันธ์ุอื่นอย่างผสมกลมกลืน มีการแต่งงานข้ามกลุ่มชาติพันธุ์และมีการย้ายถิ่นกระจายตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย และมีบางส่วนที่มีการย้ายถิ่นไปทำงานต่างประเทศ ส่งผลให้จำนวนประชากรของชาวไตหย่าที่อยู่ในประเทศไทย คงเหลือประมาณ 1,000 คน (เลหล้า ตรีเอกานุกูล, 2554; น.6)

แหล่งข้อมูล

ผู้เรียบเรียงข้อมูล :

ดร.สมรักษ์ ชัยสิงห์กานานนท์

เอกสารอ้างอิง :

กริช สอิ้งทอง. (2545). ศักยภาพและแนวทางในการพัฒนาชุมชนไตหย่า หมู่บ้านน้ำบ่อขาว ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม. ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

จุไรรัตน์ วรรณศิริ และเลหล้า ตรีเอกานุกูล. (2552). การดำรงอยู่ของอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ไตหย่าในประเทศไทย: กรณีศึกษาจังหวัดเชียงราย. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.

บุญยืน ชัยประเสริฐ. (มปป). ชาติพันธุ์ไตหย่า. เอกสารอัดสำเนา.

รุจพร ประชาเดชสุวัฒน์ และจินตนา มัธยมบุรุษ. (2541). วิถีชีวิตชาวไตหย่า ศึกษากรณีซินผิง และหยวนเจียง มณฑลยูนนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน. เชียงใหม่: สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ.

รุจพร ประชาเดชสุวัฒน์ และราญ ฤนาท. (2532). อิทธิพลของศาสนาคริสต์ที่มีต่อชาวไตหย่าในจังหวัดเชียงราย. สถาบันวิจัยและพัฒนำมหาวิทยาลัยพายัพ.

เลหล้า ตรีเอกานุกูล. (2554). กิจกรรมพึ่งตนเองกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ไตหย่า หมู่บ้านน้ำบ่อขาว ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย. คณะสังคมศาสตร์: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

สารคดีโลกสีน้ำเงิน ชุดคนไท ตอนไทหย่า.กรุงเทพฯ :บริษัท พาโนราม่า ดอคคิวเมนทารี่ จำกัด.

สัมภาษณ์ :

นายจาย ศักดิ์แสน, 22 กันยายน 2558, สมรักษ์ ชัยสิงห์กานานนท์ ผู้สัมภาษณ์

นางจินดา ชุมพู, บ้านป่าสักขวาง, 17 ธันวาคม 2564, ศิราพร ทิพย์รัตน์ ผู้สัมภาษณ์

นายถาวร ชัยวงศ์, 22 กันยายน 2558, สมรักษ์ ชัยสิงห์กานานนท์ ผู้สัมภาษณ์

นายทอง เจริญจิตร, คริตจักรนทีธรรม บ้านน้ำบ่อขาว, 17 ธันวาคม 2564, ศิราพร ทิพย์รัตน์ ผู้สัมภาษณ์

นางบัวใส แก้วมณีวรรณ, คริตจักรนทีธรรม บ้านน้ำบ่อขาว, 17 ธันวาคม 2564, ศิราพร ทิพย์รัตน์ ผู้สัมภาษณ์

นางบัวใส แก้วมณีวรรณ, 14 กันยายน 2557, สมรักษ์ ชัยสิงห์กานานนท์ ผู้สัมภาษณ์

นางปราณี รีวงศ์, 22 กันยายน 2558, สมรักษ์ ชัยสิงห์กานานนท์ ผู้สัมภาษณ์

นางเพ็ญศรี ใจยะ, คริตจักรนทีธรรม บ้านน้ำบ่อขาว, 17 ธันวาคม 2564, ศิราพร ทิพย์รัตน์ ผู้สัมภาษณ์

นางสาวรัตน์ติกาญน์ ชุมพู, บ้านป่าสักขวาง, 17 ธันวาคม 2564, ศิราพร ทิพย์รัตน์ ผู้สัมภาษณ์

นางเลหล้า ตรีเอกานุกูล, งานเชียงรายดอกไม้บานสวนไม้งามริมกก, 17 ธันวาคม 2564, ศิราพร ทิพย์รัตน์ ผู้สัมภาษณ์

นางเลหล้า ตรีเอกานุกูล, 22 กันยายน 2558, สมรักษ์ ชัยสิงห์กานานนท์ ผู้สัมภาษณ์

นายสวง ชัยวงศ์, 14 กันยายน 2557, สมรักษ์ ชัยสิงห์กานานนท์ ผู้สัมภาษณ์

นางอโนมา วงศ์วิชัย, คริตจักรนทีธรรม บ้านน้ำบ่อขาว, 17 ธันวาคม 2564, ศิราพร ทิพย์รัตน์ ผู้สัมภาษณ์

นางอารีย์ หินโชค, คริตจักรนทีธรรม บ้านน้ำบ่อขาว, 17 ธันวาคม 2564, ศิราพร ทิพย์รัตน์ ผู้สัมภาษณ์

นางอำไพ บรมพิชัยชาติกุล, 22 กันยายน 2558, สมรักษ์ ชัยสิงห์กานานนท์ ผู้สัมภาษณ์

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง :

ฐานข้อมูลงานวิจัยทางชาติพันธุ์ : ไตหย่า