บรู

ชื่อเรียกตนเอง : บรู

ชื่อที่ผู้อื่นเรียก : ข่า, โซ่, โส้, กะตาง, ตะโอย, มอย, ส่วย

ตระกูลภาษา : ออสโตรเอเชียติก

ภาษาพูด : ลาว, บรู, อีสาน, ไทย

ภาษาเขียน : ไม่มีตัวอักษรที่ใช้เขียน

บทความฉบับเต็ม : ดาวน์โหลด

ข้อมูลอัพเดทล่าสุด ณ วันที่ 13 มิ.ย. 2566

419

บรู เป็นชื่อเรียกที่กลุ่มชาติพันธุ์ใช้เรียกตนเอง คำว่า บรู หมายถึงคน หรือมนุษย์ หรืออีกความหมายหนึ่ง หมายถึง คนแห่งภูเขา ชื่อเรียก “บรู” เป็นที่รู้จักกันมาไม่นานนัก เนื่องจากคนส่วนใหญ่รู้จักพวกเขาในชื่ออื่น ได้แก่ “ข่า” “ส่วย” “ข่าโส้” “โซ่” โดยเฉพาะชื่อเรียกข่านั้น เป็นชื่อเรียกคนในตระกูลไท-ลาว ที่อาศัยในประเทศลาว หมายถึง ข้าทาส ซึ่งเป็นชื่อเรียกที่ไม่เป็นที่พึงพอใจของชาวบรูมากนัก ส่วนบรูในดินแดนลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง มีชื่อเรียกอยู่หลายชื่อ เช่น บรูตรี บรูมะกอง ส่วนอีกหลายกลุ่มในลาวใต้แถบจำปาสักเรียกตัวเองว่า “บรู”

ชาวบรูอาศัยอยู่ในแถบลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างมามากกว่าหนึ่งพันปี เป็นกลุ่มอิสระ อาศัยอยู่ตามภูเขาหรือบนที่สูง มีการทำไร่แบบเคลื่อนย้ายซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ทำไร่หมุนเวียนบนที่สูง การเคลื่อนย้ายจึงเป็นวิถีการดำรงชีพที่มีการปรับตัวภายใต้เงื่อนไขของการแสวงหาที่ทำกินใหม่ การเกิดโรคระบาด และการถูกรบกวนจากคนนอก เดิมชนกลุ่มนี้ตั้งรกรากบนพื้นที่สูงในเขตภูเขาและป่าไม้หนาทึบที่เรียกว่า เชโปน จากนั้นได้อพยพโยกย้ายหลายครั้ง บางครั้งมีการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ราบ พื้นที่สูงสลับกันไปจากนั้นได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในแขวงสะหวันนะเขต แขวงสาละวัน และแขวงอัตตะปือ และจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในช่วงก่อน พ.ศ. 2436 บริเวณนี้อยู่ภายใต้อาณาเขตของประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาพวกเขาได้มีการอพยพเคลื่อนย้ายเข้าสู่ประเทศไทย ในช่วงที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครองประเทศลาว ปัจจุบัน มีชาวบรูอาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยสี่จังหวัด ได้แก่ หนองคาย มุกดาหาร สกลนคร และอุบลราชธานี

ชาวบรูมีความเชื่อเรื่องวิญญาณนิยม (ผี) หลายระดับ และมีการยึดถือระบบเครือญาติ มี โครงสร้างสังคมวัฒนธรรม และระบบความเชื่อที่ส่งผลต่อการจัดองค์กรทางสังคมการปกครองตั้งแต่ระดับกลุ่มตระกูลจนถึงระดับชุมชน ในการอาศัยอยู่กันเป็นกลุ่มจะมีข้อควรระวังในเรื่องการผิดรีต (ฮีตคอง) ผู้หญิงถูกห้ามออกไปค้างแรมนอกหมู่บ้านบุตรเขยจะต้องขึ้นลงบันใดคนละทางกับพ่อเฒ่าแม่เฒ่าในตระกูลคนนอกที่ไม่ใช่สมาชิกจะถูกควบคุมในการเข้ามาปฏิสัมพันธ์หรือขึ้นเรือนตระกูลได้อย่างจำกัด เพราะอาจทำให้ผิดรีต ผิดผีตระกูลปัจจุบัน จากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม ชาวบรูมีการซึมซับรับเอาวัฒนธรรมไทยอีสานหรือลาวมากขึ้น ประกอบกับจารีตแบบเดิมนั้นไม่เอื้ออำนวยกับการดำเนินชีวิตสมัยใหม่ ผู้คนจึงมีการปรับเปลี่ยนจารีตหรือออกจากจารีตเดิมปรับผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ทำให้อัตลักษณ์ดั้งเดิมได้ถูกลดทอนความสำคัญลง และถูกแทนที่ด้วยความเป็นบรูและความเป็นไทยอีสานหรือลาว จากบริบทชุมชนชาติพันธุ์บรูที่ตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ชายแดน ประกอบกับการปฏิสัมพันธ์กับคนในท้องถิ่น บรูได้รับเอาวัฒนธรรมลาว ควบคู่กับวัฒนธรรมไทยภายใต้สถานะพลเมืองของรัฐชาติ ชาวบรูจึงก่อร่างสร้างอัตลักษณ์และปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์ได้หลายแบบทั้งไทย ลาว และบรู ปรากฎการณ์ข้างต้นสะท้อนให้เห็นว่า ชาวบรูมีความลื่นไหลของอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความทันสมัย

ชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์

ชื่อเรียกตนเอง : บรู

บรู (Bru)หมายถึง คนหรือมนุษย์ หรือ “คนแห่งภูเขา” เนื่องจากนิเวศวิทยาชาติพันธุ์ที่นิยมตั้งถิ่นฐานในพื้นที่เขตภูเขาห้อมล้อม นักวิชาการแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เชื่อว่า ชาวบรู ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานในดินแดนลุ่มแม่น้ำโขงมากกว่า 5,000ปี บรูในดินแดนลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง มีชื่อเรียกอยู่หลายชื่อ เช่น บรูตรี บรูมะกอง และหลายชนเผ่าในลาวใต้แถบจำปาสัก เช่น ชาวละแว ชาวกะตูก็เรียกตัวเองว่า “บรู”

ชื่อที่ผู้อื่นเรียก : ข่า, โซ่, โส้, กะตาง, ตะโอย, มอย, ส่วย

ข่า เป็นคำเรียกโดยรวมของคนในตระกูลไท-ลาว ที่อาศัยในประเทศลาว เฉกเช่นชาวอีสานในประเทศไทย ที่เรียกขานชาว “บรู” ด้วยคำว่า ข่า ซึ่งเป็นคำที่สันนิษฐานว่ามาจากคำว่าข้าทาส ซึ่งชาวอีสานเรียกข้าทาสว่า ข้า หรือ ข้อย แต่ออกเสียงไม้โทเป็นไม้เอก เช่นคำว่า ข้า เป็น ข่า ในอดีตชาวไทยแถบลุ่มแม่น้ำโขงจะจับเอาข่า (บรู) ตามป่าดงมาเป็นข้าทาส จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีพระราชกรณียกิจสำคัญในการเลิกทาส จึงประกาศไม่ให้ไปจับข่ามาเป็นทาสอีก การเรียกขานชาวบรูว่า ข่า ปรากฏในงานศึกษาของรมิดา โภคสวัสดิ์ และศิริวรรณ อาษาศรี (2559) ที่กล่าวถึงที่มาของคำว่า “ข่า” ว่า

“…ชาวข่าไม่ได้เรียกตัวเองว่า ‘ข่า’ แต่เรียกตัวเองว่า ‘บรู’ แปลว่า ภูเขา หรือคนที่อยู่ในป่าใกล้เขา ตามลักษณะของชนชาติตนที่เกี่ยวกับระบบนิเวศ คือ รักสงบ มีวิถีชีวิตที่พึ่งพาธรรมชาติ เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามป่าเขา ซึ่งคำว่า ข่า ที่คนไทยเรียกนั้น หมายถึง ข้า ขี้ข้า หรือ ทาส จิตร ภูมิศักดิ์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือความเป็นมาของคำสยาม ไทย, ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ ว่า ‘ต้นกำเนิดเดิมของชื่อ ข่า เป็นภาษาลาว ไทยเรายืมชื่อนี้มาจากลาวใต้อีกทอดหนึ่ง มิใช่ชื่อที่ไทยคิดขึ้นเอง เพราะชนชาติข่าเป็นชนชาติของลาว ชื่อที่พวกลาวกลาง ลาวใต้ เรียกว่า ข่า นั้น พวกลาวเหนือ เรียกว่า ค้า ถ้าเทียบตามสำเนียงการเพี้ยนเสียงวรรณยุกต์แล้วก็ตรงกับคำภาษาไทยสำเนียงภาคกลางว่า ข้า แต่เนื่องจากชนเผ่าข่าอยู่ในลาว ไทยรู้จักชนพวกนี้โดยผ่านลาวกลางและลาวใต้ ไทยจึงเรียกเลียนเสียงลาวว่า ข่า เพราะเมื่อรับคำนี้มานั้นมิได้คิดเทียบเสียงกลับและมิได้ตรวจสอบหาความหมายที่แท้จริงก่อน ดังนั้น คำว่า ข่า ในภาษาไทย ลาวกลาง ลาวใต้ จึงออกเสียงตรงกันหมดว่าข่า แต่ความหมายและคำที่ถูกคือ ข้า สุวิทย์ ธีรศาศวัต ได้กล่าวถึงเรื่อง ข่า ข้า ไว้ว่า ข่า ข้า-ข้าทาส หรือ ส่า มิใช่ชื่อชนชาติแต่มาจากคำในตระกูลไท-กะได ที่สรรค์สร้างขึ้นเมื่อพวกชนกลุ่มตระกูลไทเคลื่อนย้ายลงมาดินแดนลุ่มแม่น้ำโขงและลุ่มแม่น้ำแดงทางเหนือของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้โจมตีและยึดดินแดนของชนพื้นเมืองกลุ่มออสโตรเอเชียติก (มอญ-เขมร) และจับชนพื้นเมืองผู้แพ้สงครามระหว่างชนเผ่ามาเป็นทาส หรือเป็นข่า…”

โซ่ โส้ นักวิชาการทางด้านภาษาศาสตร์สันนิษฐานว่า ชาวบรูอาจมีชื่อเรียกว่า “โซ่” จากการศึกษาคำศัพท์พื้นฐานของทั้งสองกลุ่ม พบว่า มีคำศัพท์ร่วมตระกูลเดียวกันถึงร้อยละ 70-99 อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่ยังมีความสับสนในชื่อเรียกบรู เช่น อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร เรียกตนเองว่า “บรู” แต่คนทั่วไปเรียกพวกเขาว่า “โซ่” เนื่องจากเห็นจากความคล้ายคลึงกับกลุ่มชาติพันธุ์ที่เรียกว่า โซ่ ในอำเภอกุสุมาลย์ ขณะที่ชาวบรูบ้านดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร เรียกตัวเองว่า “บรูกะโซ่” หรือ “โส้” หรือ “บรูระแด” แต่ชาวอีสานเรียกพวกเขาว่า “พวกโส้” หรือ “ข่า” ส่วนชาวบรูเรียกกลุ่มชาวอีสานว่า “เลียว”

กะตาง เป็นชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์บรูในประเทศลาว โดยตามระบบการจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเป็นทางการของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้กำหนดชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าวว่า “กะตาง” อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากลุ่มชาติพันธุ์อื่นจะเรียกพวกเขาว่า “กะต่าง” แต่ชื่อที่พวกเขาชื่นชอบ คือ บรู ส่วนชื่อที่ถูกใช้อย่างเป็นทางการในปัจจุบัน คือ ชนเผ่ากะตาง ซึ่งกรมชนเผ่าของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้บันทึกข้อมูลชาวบรูในชื่อเรียกชาติพันธุ์ “กะตาง” ไว้ดังนี้

“...ชนเผ่านี้เรียกตนเองว่า บรูกะตาง ชนเผ่าอื่นเรียกพวกเขาว่า “กะต่าง” แต่ชื่อที่พวกเขาชื่นชอบและชื่อที่ใช้ทางการในปัจจุบันคือชนเผ่ากะตาง” และได้บรรยายถึงถิ่นฐานและการเคลื่อนย้ายของตนเองว่า “ชนเผ่ากะตางเป็นชนเผ่าหนึ่งที่รวมอยู่ในวงศาคณาญาติแห่งชาติลาว ก่อนพุทธศักราชสมัยพระเจ้าอาหลวย ชนเผ่ากะตางพร้อมกับบรรดาชนเผ่าในหมวดภาษามอญ-ขะแมร์ สาขามอญโบราญ ได้ตั้งหลักปักฐานอยู่ภาคเหนือ และได้เคลื่อนย้ายเข้ามาตั้งภูมิลำเนาอยู่เขตเมืองนอง เมืองเซโปน โดยผ่านแคว้นหงสาวดีแห่งอาณาจักรมอญประเทศเมียนม่าและแคว้นลพบุรีแห่งอาณาจักรสยาม จากนั้นแล้วจึงมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเคลื่อนย้ายมาตั้งเรือนชานอยู่บ้านตั้งหวายและก็เคลื่อนย้ายลงไปทั่วทุกเมืองของแขวงสะหวันนะเขตในปัจจุบัน พร้อมกันนั้นได้มีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยเคลื่อนย้ายลงมาอยู่เขตเมืองตูมลาน สาละวันแขวงสาละวัน และก็ขยายลงไปอยู่บางเมืองของแขวงจำปาสักจนถึงปัจจุบัน...” (กรมชนเผ่า, 2008)

ตะโอย (Ta-oi)เป็นอีกชื่อเรียกหนึ่งของชาวบรูในประเทศลาว (สุวิไล เปรมศรีรัตน์, 2542)

มอย (Moi) เป็นชื่อเรียกกลุ่มชาติพันนธุ์ธุ์บรูในประเทศเวียดนาม

ส่วย เป็นชื่อที่บุคคลอื่นในภาคอีสานเรียกชาวบรู

ภาษา

ตระกูลภาษา : ออสโตรเอเชียติก

ตระกูลภาษาย่อย : มอญ-เขมร

ภาษาบรู (Bru) จัดอยู่ในกลุ่มตระกูลออสโตรเอเชียติก (Astro-Asiatic)สาขามอญ-เขมร (Mon-Kkmer) สาขาย่อยกะตูอิค (Katuic)(สุวิไล เปรมศรีรัตน์, 2542)

ภาษาพูด : ลาว, บรู, อีสาน, ไทย

ชาวบรู มีภาษาพูดเป็นของตนเอง ในประเทศไทย ชาวบรูสามารถในการสื่อสารทั้งภาษาบรู ภาษาอีสาน ภาษาไทย และภาษาลาว จากการอยู่อาศัยร่วมกับชาวอีสานและเข้าระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานทำให้ภาษาอีสานและภาษาไทยมีความจำเป็นสำหรับการใช้ในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันเนื่องจากเป็นพื้นที่ชายแดนและลักษณะเป็นเครือข่ายสังคมและเครือญาติข้ามพรมแดนแม่น้ำโขง ทำให้สามารถสื่อสารภาษาลาวได้

ในการสื่อสารภาษาบรูนั้น มีลักษณะการออกเสียงที่เป็นลักษณะเฉพาะ เช่น “ร” นิยมออกเสียงในระดับต่ำกว่า ภาษาไทย ตัวพยัญชนะ “ต” และ “ท” ใช้ร่วมกันเพียงตัวเดียวโดยออกเสียงเป็นเสียงกลางๆ ระหว่างพยัญชนะทั้งสองเช่นเดียวกับ “ก” และ “ค” เป็นต้น โดยตัวอย่างคำเรียกในภาษาบรู เมื่อเทียบกับภาษาไทย (ทิดหมู มักม่วน, 2564)

ศรีษะ - เปรอ

ตา - มั๊ด

ข้าว - โด็ย

ข้าวเหนียว - โด๊ยดิ๊บ

ข้าวจ้าว - โด๊ยกะซาย

ควาย - ตะเรี๊ยะ

หมู - อะลี้

คนลาว - เลียว

ผู้หญิง - ระปัย

ผู้ชาย - ระกอง

มือ- อาเตย

เท้า- อาเยิง

กลางวัน - สิไงย

กลางคืน - สิเดา

ตอนเช้า - ตะรัม




ตัวอักษรที่ใช้เขียน : ไม่มีตัวอักษรที่ใช้เขียน

ภาษาบรู ไม่มีตัวอักษรที่ใช้สำหรับการเขียน อย่างไรก็ตาม เมื่อคนรุ่นใหม่เข้าระบบโรงเรียน เริ่มมีการใช้อักษรไทยในการเขียนเบื้องต้น

การใช้ภาษาบรู จึงเป็นการแสดงถึงอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ ผ่านการสื่อสารระหว่างกลุ่มคน ในขณะที่การสื่อสารกับกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกันจะเลือกใช้ภาษาบรูเพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์และบอกเป็นนัยยะว่าเป็นพวกเดียวกัน ดังนั้น ภาษาบรู จึงเป็นภาษาที่ใช้กันเฉพาะภายในกลุ่มชาติพันธุ์ เครือญาติ ครอบครัว หรือในพื้นที่ทางพิธีกรรมและพื้นที่ทางวัฒนธรรม ปัจจุบัน เมื่อคนรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบโรงเรียน การเคลื่อนย้ายออกจากชุมชนเพื่อเป็นแรงงาน การแต่งงานข้ามกลุ่มชาติพันธุ์ ประกอบกับการขาดช่วงในการสืบทอด เนื่องจากการอยู่ร่วมและสัมพันธ์กับกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ทำให้คนรุ่นใหม่นิยมใช้ภาษาอีสานแทนภาษาบรู ในส่วนภาษาไทยนั้น ชาวบรูจะใช้เมื่อปฏิสัมพันธ์กับคนภายนอก หรือเจ้าหน้าที่รัฐขณะที่ภาษาลาว จะถูกใช้ในพื้นที่ของความสัมพันธ์กับชาวลาวเมื่อต้องเดินทางติดต่อกัน จะเห็นว่า ชาวบรูมีความลื่นไหลและยืดหยุ่นในการใช้ภายใต้การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกันตามบริบท บางครั้งมีการใช้ปะปนกัน ผสมผสานคำในภาษาไทยหรือคำในภาษาลาวประกอบในการสื่อสาร(เกียรติศักดิ์ บังเพลิง, 2558)

สภาพพื้นที่อยู่อาศัย : กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่ราบ

ชาวบรูในประเทศเวียดนามมีประชากรโดยประมาณ 40,000 คน ถูกจัดอยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์ Bru-Van-Kieu กระจายตัวอยู่แถบเวียดนามกลาง จังหวัดกว่าง จิ (Qaung Tri) และกว่าง บิ่งห์ (Quang Binh) (Dang, 1993, pp.69-71;Schliesinger, 2003, pp. 114-119)

ในส่วนของประเทศลาว มีประชากรโดยประมาณ 92,321 คนกระจายตัวตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ลาวใต้ คือ แขวงคำม่วน แขวงสะหวันนะเขต แขวงสาละวัน และแขวงเซกอง ในบริบทสังคมลาว การจัดกลุ่มชนเผ่าบรูและการนับจำนวนประชากรโดยนักภาษาศาสตร์ยังถือว่ามีความสับสนและมีความเห็นที่ไม่สอดคล้องกัน(Schliesinger, 2003, pp.114-119) เนื่องจากบางครั้งชาวบรูก็ถูกนับจำแนกรวมเข้ากับกลุ่มอื่น เช่น กลุ่มมากอง (Makong)นอกจากนี้ รัฐบาลบาล ก็ได้จัด พวกเขาอยู่ในกลุ่ม “กระตาง” ในขณะที่พวกเขาเรียกตนเองว่า “บรู” (เกียรติศักดิ์ บังเพลิง, 2558)

ในประเทศไทยชาวบรูส่วนใหญ่อพยพข้ามพรมแดนแม่น้ำโขงจาก สปป.ลาวมาตามแนวชายแดนตั้งแต่จังหวัดหนองคายจนถึงจังหวัดอุบลราชธานี จากข้อมูลการสำรวจประชากร พบประชากรชาวบรูประมาณ 8,000-12,000 กระจายอยู่ในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยที่มีเส้นเขตแดนติดกับประเทศลาว ดังนี้

1) จังหวัดหนองคาย ได้แก่ บ้านโพธิ์ ตำบลศรีชมภู อำเภอโซ่พิสัย (สมใจ ศรีหล้า, 2550) ปัจจุบันอำเภอโซ่พิสัย แยกออกไปอำเภอเป็นจังหวัดบึงกาฬ

2) จังหวัดมุกดาหาร ได้แก่ บ้านติ้ว บ้านนาหลัก บ้านหนองคอง บ้านพังแดง ตำบลดงหลวง บ้านหนองหมู อำเภอดงหลวง (ธันวา ใจเที่ยง, 2554) บ้านเหล่าหมี บ้านโคกสว่าง และบ้านป่าพยอม อำเภอดอนตาล

3) จังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่ บ้านท่าล้งและบ้านเวินบึก อำเภอโขงเจียม (เกียรติศักดิ์ บังเพลิง, 2558)


แหล่งข้อมูล

ผู้เรียบเรียงข้อมูล :

ผศ.ดร. เกียรติศักดิ์ บังเพลิง ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

เอกสารอ้างอิง :

กรมชนเผ่า. (2008). บรรดาชนเผ่าใน สปป. ลาว. เวียงจันทน์: กรมชนเผ่า.

กอบชัย รัฐอุบลและมานิตย์ โศกค้อ. (2560). เรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นกับการสร้างพลังชุมชนของชาวบรูบ้านท่าล้งและบ้านเวินบึก อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี. ใน วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ปีที่ 8 ฉบับพิเศษ (ธันวาคม 2560).

กุลธิดา บุญนูน. (2549). การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กรณีศึกษา: ชนเผ่าบรู หมู่บ้านเวินบึก อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี. อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.

เกนี่ เจอร์รี่. (2528). การศึกษาระบบเสียงภาษากูย บรู และโซ่ในเชิงภาษาศาสตร์เปรียบเทียบ. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.

เกียรติศักดิ์ บังเพลิง. (2558). ชุมชนชาติพันธุ์ “บรู” ร่วมสมัยบนพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว : วิถีชีวิตและการปรับตัวทางวัฒนธรรม. ดุษฎีนิพนธ์ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชามานุษยวิทยา คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

เกียรติศักดิ์ บังเพลิง. (2558ก). วิถีชีวิตและการปรับตัวทางวัฒนธรรมของชาวบรูบนพื้นที่ไทย-ลาวในยุคร่วมสมัย. ใน รัตนะ ปัญญาภา (บรรณาธิการ.), การประชุมวิชาการระดับชาติด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ครั้งที่ ๓ (น. 257-272). อุบลราชธานี: ทองพูลทรัพย์การพิมพ์.

เกียรติศักดิ์ บังเพลิง. (2559). ชาวบรู: การปรับตัวต่อรองและภาวการณ์กลายเป็นทางชาติพันธุ์ในยุคร่วมสมัย. ใน ชยันต์ วรรธนะภูติ และคณะ (บรรณาธิการ.), รวมบทความการประชุมระดับชาติ วิถีชาติพันธุ์ในอีสาน:“ภาวการณ์กลายเป็น”ในกระแสการเปลี่ยนแปลงสู่เสรีนิยมใหม่ 7-8 เมษายน 2559 ณ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (น. 542-569). เชียงใหม่: ศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

เกียรติศักดิ์ บังเพลิง. (2559). พุทธศาสนาในบริบทการธำรงชาติพันธุ์และการสร้างสำนึกรัฐชาติ: กรณีศึกษาชุมชนชาติพันธุ์บรูบนพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว. ใน สุชาดา พงศ์กิตติวิบูลย์ และคณะกรรมการฯ (บรรณาธิการ.), การประชุมวิชาการระดับชาติครั้งที่ 10/2559 การประชุมมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ "เอกภาพและความหลากหลายในมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์". ชลบุรี: คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.

แก้ว อุดมศิริชาคร. (2552). รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์พฤษศาสตร์พื้นบ้านของกลุ่มชาติพันธุ์บรูและกุลาในจังหวัดอุบลราชธานี. อุบลราชธานี : คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.

ข่าวสด. (2551). ทำพจนานุกรม ‘ภาษาบรู’ อนุรักเผ่าโบราณ ‘โขงเจียม’. ข่าวสด, 5 ม.ค. 2551 .หน้า 24.

จิตร ภูมิศกดิ์. (2540). ความเป็นมาของคำสยาม ไทย ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์เคล็ดไทย.

จิตรกร โพธิ์งาม. (2536). โลกทัศน์ของชาวบรู บ้านเวินบึก อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, มหาสารคาม.

ชนาธิป บุณยเกตุ. (2541). การเรียนรู้และการขัดเกลาชนชาติพันธุ์บรู: มุมมองทางสังคม-วัฒนธรรมและบทบาทหญิงชาย. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.).

ชุติมา นุ่นมัน. (2551). เรื่องเล่าชาวบรู. มติชน, 24 ส.ค. 2551, หน้า 8.

เดลินิวส์. (2534). 'บรู' ชนกลุ่มน้อยแห่งบ้านเวินวึก. เดลินิวส์, 19 เมษายน 2534, หน้า 2.

ทิดหมู มักม่วน (2564).ชนเผ่าข่า (บรู). ประตูสู่อีสาน https://www.isangate.com/new/isan-ethnos/26-isan-land/ethnos/145-paothai-kha.html (ออนไลน์) เข้าถึงเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2565

ธันวา ใจเที่ยง. (2554). ชนชาติพื้นเมืองและขบานการปฏิวัติประชาชนของชนชาติบรูแห่งเทือกเขาภูพาน ใน วารสารสมาคมนักวิจัย. ปีที่ 16 ฉบับที่ 3 กันยายน - ธันวาคม 2554. หน้า-39

ธีระพันธ์ เหลืองทองคำ และ สี พึ่งป่า. (2523). พจนานุกรมบรู-ไทย-อังกฤษ (A Bruu-Thai-English dictionary). กรุงเทพฯ: โครงการวิจัยภาษาไทยและ ภาษาพื้นเมืองถิ่นต่าง ๆ ภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พนัส ดอกบัว และคณะ. (2552). รูปแบบการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูภาษาบรูโดยกลุ่มชาติพันธุ์ บรูบ้านท่าล้ง ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

พนัส ดอกบัว. (2553). เครือญาติข้ามพรมแดนรัฐชาติของกลุ่มชาติพันธุ์บรู บ้านท่าล้ง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, อุบลราชธานี.

พิสิฏฐ บุญไชย (2544). ภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับใช้สมุนไพรพื้นบ้านของชาวบรู จังหวัดมุกดาหาร. สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

พิสิฏฐ์ บุญไชย. (2545). ชาวบรูจังหวัดมุกดาหาร. สารรักษ์ศิลป์, 2,2 (ม.ค.-มี.ค. 2545), หน้า 5-17.

ภัททิยา ยิมเรวัต. (2525). ระเปิ๊บ: งานบุญของชาวบรู. ภาษาและวัฒนธรรม, 2,2 (ก.ค.-ธ.ค.2525), หน้า 85-93.

ยุพา อุทามนตรี. (2539). ประเพณี พิธีกรรมของชาวบรูบ้านเวินบึก ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี. (ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม.

รมิดา โภคสวัสดิ์ และศิริวรรณ อาษาศรี. (2559). ข่า ชนเผ่า (ลาว) อีสาน : กับการปรับตัวทางวัฒนธรรมในยุคปัจจุบัน . นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับพฤษภาคม 2559.

สมใจ ศรีหล้า. (2550). กลุ่มชาติพันธุ์ข่า-บรู : การสร้างและการปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์. วารสารสังคมลุ่มน้ำโขง, ปีที่ 3, ฉบับที่มกราคม-เมษายน 2550. หน้า 73-113; ศูนย์วิจัยพหุลักษณ์สังคมลุ่มน้ำโขง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

สุธิดา ตันเลิศ ไกสอน. (2541). พรหมวิหานกับพัฒนาการสังคมนิยมลาว ระหว่าง ค.ศ. 1975-1986. (วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร.

สุวิไล เปรมศรีรัตน์. (2542). ประมวลองค์ความรู้ชนกลุ่มน้อยที่พูดภาษาตระกูลออสโตรเอเชียติกในประเทศไทย: รายงานผลการวิจัยฉบับสมบูรณ์. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.

เอกวิทย์ จิโนวัฒน์. (2526). การศึกษาเปรียบเทียบการสร้างคำในภาษากุย บรู และโซ่. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต), จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ.

Dang, N. V. (1993). Ethnic minorities in Vietnam. Hanoi: The Gioi Publishers.

Miller, J. D. (1971). Bru kinship. Journal of Southeast Asia, vol. 2, no.1, pp.62-70.

Vargyas, G. (1996). Ancestors and the forest among the Brou of Vietnam. Diogenes, 44(174), 117.

สัมภาษณ์ :

กิ คำบุญเรือง, นาย, อายุ 80 กว่าปี, ชาวบรูบ้านเวินบึก อ.โขงเจียม ประเทศไทย, มีนาคม 2558. เกียรติศักดิ์ บังเพลิง ผู้สัมภาษณ์

คำหล้า, ท้าว, อายุ 80 กว่าปี, ชาวบรูบ้านลาดเสือ เมืองชนะสมบูรณ์ สปป.ลาว, ม.ค.2558. เกียรติศักดิ์ บังเพลิง ผู้สัมภาษณ์

ทุม แก้วใส, นาง, อายุ 70 ปี, ชาวบรูบ้านท่าล้ง อ.โขงเจียม ประเทศไทย, มี.ค.2558. เกียรติศักดิ์ บังเพลิง ผู้สัมภาษณ์

ธีระเกียรติ แก้วใส, นาย, อายุ 39 ปี, ชาวบรูบ้านท่าล้ง อ.โขงเจียม ประเทศไทย, มี.ค. 2558. เกียรติศักดิ์ บังเพลิง ผู้สัมภาษณ์

แพง แก้วใส, นาย, อายุ 60 กว่าปี, ชาวบรูบ้านท่าล้ง อ.โขงเจียม ประเทศไทย, มี.ค.2558. เกียรติศักดิ์ บังเพลิง ผู้สัมภาษณ์

แพง, นาง, อายุ 80 กว่าปี, ชาวบรูบ้านเวินบึก อ.โขงเจียม ประเทศไทย, พ.ค. 2558. เกียรติศักดิ์ บังเพลิง ผู้สัมภาษณ์

วร, นาย, อายุ 90 ปี, ชาวบรูบ้านท่าล้ง อ.โขงเจียม ประเทศไทย, พ.ค. 2558. เกียรติศักดิ์ บังเพลิง ผู้สัมภาษณ์

วินัย, ท้าว, อายุ 40 ปี, ชาวบรูบ้านโนนพระเจ้า เมืองโพนทอง สปป.ลาว, พ.ค.2559. เกียรติศักดิ์ บังเพลิง ผู้สัมภาษณ์

สมใจ, นาย, อายุ 40 กว่าปี, ชาวบรูบ้านเวินบึก อ.โขงเจียม ประเทศไทย, พ.ค. 2558. เกียรติศักดิ์ บังเพลิง ผู้สัมภาษณ์

อินทร์,ท้าว, อายุ 80 ปี, ชาวบรูบ้านลาดเสือ เมืองชนะสมบูรณ์ สปป.ลาว, ก.พ. 2558. เกียรติศักดิ์ บังเพลิง ผู้สัมภาษณ์

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง :

ฐานข้อมูลงานวิจัยทางชาติพันธุ์ : บรู

ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร