บีซู

ชื่อเรียกตนเอง : บีซู

ชื่อที่ผู้อื่นเรียก : ละว้า, ลัวะ, คนดอย

ตระกูลภาษา : จีน-ธิเบต

ภาษาพูด : บีซู

ภาษาเขียน : ไม่มีตัวอักษรที่ใช้เขียน

ข้อมูลอัพเดทล่าสุด ณ วันที่ 13 มิ.ย. 2566

405

กลุ่มชาติพันธุ์บีซู มีชื่อเรียกตนเองอย่างเป็นทางการว่า “บีซู” หมายถึง เรา ขณะเดียวกันอาจออกเสียงได้หลายรูปแบบทั้ง “บี่สู” หรือ “บีสู่”ในพงศาวดารจีน ระบุว่า บีซู เป็นชื่อเรียกเก่าแก่ที่มีอายุประมาณสามพันปีขณะที่ในประเทศไทยนั้น คนทั่วไปมักเรียกว่า “ละว้า” หรือ “ลัวะ” ขณะที่หน่วยงานราชการได้บันทึกข้อมูลของชาวบีซูว่า เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ เนื่องจากต้นตระกูลของพวกเขานามสกุลวงศ์ละ ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นกลุ่มเดียวกับลัวะ อย่างไรก็ตาม เมื่อนักภาษาศาสตร์มีหลักฐานยืนยันเกี่ยวกับความเป็นกลุ่มชาติพันธุ์บีซูที่ชัดเจนแล้วนั้น จึงควรใช้ชื่อเรียกพวกเขาในชื่อ “บีซู”

หลักฐานจากพงศาวดารจีน พ.ศ. 2344 ระบุว่า ถิ่นฐานดั้งเดิมของชาวบีซูอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันคือ แคว้นสิบสองปันนาสันนิษฐานว่า การอพยพของชาวบีซูมาสู่ประเทศไทยนั้นอาจเกิดจากภัยสงครามและความอดอยาก ส่วนการเคลื่อนย้ายของชาวบีซูจากต้นทางมายังประเทศไทยยังไม่ปรากฎหลักฐานที่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากการใช้หลักฐานทางภาษาศาสตร์มาเทียบเคียงพบว่า ในประเทศจีนมีชาวบีซู ประมาณหกพันคนในมณฑลยูนนาน ซึ่งมักถูกคนอื่นเรียกว่า “Laopin” “Pin” และ “Laomian” ชนกลุ่มนี้ถูกรวมอยู่ในกลุ่มลาหู่ แต่นักวิชาการที่ได้ทำงานศึกษาระบุว่า กลุ่มคนเหล่านี้ คือ ชาวบีซู กระจายตัวอยู่ในพม่า ลาวและเวียดนามในส่วนของประเทศไทยนั้น จากข้อมูลการสำรวจเมื่อ พ.ศ. 2530 พบว่า ชาวบีซูอาศัยอยู่พื้นที่สี่ชุมชนของจังหวัดเชียงราย ปัจจุบัน พบว่า คงเหลือเพียงสามชุมชนเท่านั้นที่ยังคงมีชาวบีซูอาศัยอยู่คือ 1) บ้านดอนชมภู ในอำเภอแม่ลาว2) บ้านผาแดง ในอำเภอพาน และ3) บ้านปุยคำ ในอำเภอเมือง

ชาวบีซูในประเทศไทยมีจำนวนประชากรค่อนข้างน้อย ประกอบกับการแต่งงานข้ามกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้เกิดการผสมกลมกลืนกับคนท้องถิ่น แต่ทว่า ชาวบีซูยังมีความพยายามในการธำรงรักษาอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ไว้โดยเฉพาะอัตลักษณ์ด้านภาษา ซึ่งอยู่ในภาวะวิกฤติใกล้สูญหาย นอกจากนี้ชาวบีซูยังได้หยิบยกเอาอาหารท้องถิ่น คือ ลาบพริกซึ่งเป็นวิถีวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ สื่อให้เห็นถึงความเรียบง่ายของอาหารการกิน ความโดดเด่นของเมนูอาหารชนิดนี้ เป็นการสับส่วนผสมในกระบอกไม้ไผ่ สะท้อนให้เห็นภูมิปัญญาที่ได้รับการรสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นเกี่ยวกับการปรุงอาหารในกระบอกไม้ไผ่ที่ช่วยป้องกันส่วนผสมกระเด็น

ชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์

ชื่อเรียกตนเอง : บีซู

บีซู เป็นชื่อเรียกตัวเองของกลุ่มชาติพันธุ์ในปัจจุบัน คำว่า “บีซู”นั้น แปลว่า “เรา” ทั้งนี้ด้วยสำเนียงที่แตกต่างกันของคนท้องถิ่น หรือคนต่างชาติพันธุ์ สามารถออกเสียงได้ว่า “บี่สู” หรือ “บีสู่” ได้ด้วย เจมส์ มาติซอฟ (James Matisoff) นักภาษาศาสตร์ชาวอเมริกัน ระบุว่า “บีซู” เป็นคำโบราณที่มีอายุถึง 3,000 พันกว่าปี จากหลักฐานที่ได้จากพงศาวดารจีน พ.ศ. 2344 ซึ่งบอกได้ว่า คนบีซูมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ประเทศจีนตอนใต้ บริเวณแคว้นสิบสองปันนาในปัจจุบัน

ชื่อที่ผู้อื่นเรียก : ละว้า, ลัวะ, คนดอย

ละว้า เป็นชื่อที่คนทั่วไปใช้เรียกชาวบีซู

ลัวะ เป็นชื่อที่หน่วยงานราชการใช้เรียกชาวบีซู

จากเรื่องเล่าสืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษบีซูที่ดอยชมภู จังหวัดเชียงราย ระบุว่า นามสกุลเดิมคือ วงศ์ละ ซึ่งเป็นชื่อของผู้นำชุมชนในอดีตที่ ชื่อกะกุละ ในช่วงที่กรมประชาสงเคราะห์ได้ทำการสำรวจกลุ่มชาติพันธุ์ คนภายนอกมักเรียกปะปนกันระหว่างวงศ์ละ กับวงศ์ลัวะ ทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าคนบีซูเป็นกลุ่มเดียวกับคนลัวะ หรือ คนดอย คนบีซูจึงจำยอมให้หน่วยงานรัฐเรียกว่า ละว้า หรือ ลัวะ จนกระทั่ง เคิร์ก เพอร์สัน (Kirk R. Person) ผู้อำนวยการฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาบันภาษาศาสตร์ภาคฤดูร้อน (Summer Institute of Linguistics – SIL) ได้เข้ามาทำการวิจัยเรื่องภาษาในหมู่บ้านและได้นำคนบีซูในเชียงรายไปพบคนบีซูในประเทศจีน พบว่า ภาษาของคนบีซูในเชียงรายและในจีนเป็นภาษาเดียวกัน จึงยืนยันได้ว่า คนบีซูในเชียงรายเป็นกลุ่มชาติพันธุ์บีซู ไม่ได้เป็นกลุ่มลัวะ โดยมีภาษาที่แสดงออกถึงอัตลักษณ์ที่เด่นชัดของบีซู ใน พ.ศ. 2548 คนบีซูได้ไปร่วมกับเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย เดินรอบตัวเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้สังคมรับรู้ว่ามีบีซูอยู่ในประเทศไทย นับจากนั้นเป็นต้นมา ผู้คนได้รู้จักชาวบีซูมากขึ้น ทำให้ชาวบีซูก็มีความมั่นใจในอัตลักษณ์วัฒนธรรมและการแสดงออกทางภาษาของตนเองมากขึ้น

คนดอย เป็นชื่อเรียกที่คนพื้นเมือง หรือชาวไตยวนใช้เรียกชาวบีซู ในเชิงเหมารวมกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สูง อีกทั้งยังมีมิติในเชิงอคติทางชาติพันธุ์ ชื่อเรียกนี้มีนัยยะของการเป็นคนซื่อตรง ไม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยม และมักโดนกลั่นแกล้งเสมอ รวมถึงมักมีคำพูดเชิงเปรียบเทียบที่ไม่สุภาพว่า “ง่าวอย่างลัวะ ง่าวอย่างคนดอย”

ภาษา

ตระกูลภาษา : จีน-ธิเบต

ตระกูลภาษาย่อย : ทิเบต-พม่า

ภาษาบีซูจัดอยู่ในตระกูลภาษาทิเบต-พม่า (Tibeto – Burmese family) สาขาภาษาโลโลใต้ (Southern Loloish)

ภาษาพูด : บีซู

ภาษาบีซู มีเฉพาะภาษาพูด ไม่มีระบบการเขียนและตัวอักษร ประกอบกับการแต่งงานข้ามกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงการเข้าถึงระบบโรงเรียนทำให้กลุ่มคนรุ่นใหม่นิยมใช้ภาษาไทยกลางในการสื่อสารรวมทั้งนิยมใช้ภาษาไทเหนือท้องถิ่นมากกว่าการใช้ภาษาบีซู การสื่อสารด้วยภาษาบีซุจึงมักเกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและจำกัดเฉพาะในชุมชนของตนเองเท่านั้น

ตัวอักษรที่ใช้เขียน : ไม่มีตัวอักษรที่ใช้เขียน

ภาษาบีซู ไม่มีตัวอักษรสำหรับใช้เขียนสถาบันภาษาศาสตร์ SIL จึงได้ทำโครงการวิจัย "การฟื้นฟูภาษาและภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาการศึกษาและกลุ่มชาติพันธุ์" และได้พัฒนาระบบการเขียนภาษาบีซูโดยใช้อักษรไทยขึ้นในปี 2539 เพื่อใช้บันทึกนิทาน ทำพจนานุกรมภาพภาษาบีซู-ไทย-อังกฤษ เพื่อเป็นแบบเรียนใช้สอนในศูนย์เด็กเล็กของชุมชน (Person, 2000)

ภาษาบีซูจัดอยู่ในตระกูลภาษาทิเบต-พม่า (Tibeto – Burmese family) ตามหลักภาษาศาสตร์เรียกภาษากลุ่มนี้ว่า ภาษาโลโลใต้ (Southern Loloish) ภาษาบีซูเป็นภาษาที่มีนักภาษาศาสตร์ค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ กล่าวคือ นักวิจัยชาวญี่ปุ่นชื่อ ทัตสุโอะ นิชิดะ และเดวิด แบรดลีย์ ได้รายงานเรื่องภาษานี้ไว้ในบทความที่เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ.1966 ต่อมาบทความนี้ได้แปลเป็นภาษาอังกฤษ ในปี ค.ศ.1973
ทำให้ภาษาบีซูเป็นที่รู้จักในวงวิชาการมากขึ้น ต่อมาในปี ค.ศ.1977 ได้มีโครงการวิจัยเรื่องแผนที่ภาษาในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการวิจัยภาษาไทยและภาษาพื้นเมืองถิ่นต่าง ๆ ของทบวงมหาวิทยาลัย ได้ระบุว่า ภาษาบีซูใช้พูดกันอยู่ 3 แห่ง คือ จังหวัดเชียงราย 2 แห่ง และจังหวัดลำปางอีก 1 แห่ง (สุริยา รัตนกุล, 2543)

ความรู้เรื่องภาษาบีซูมีเพิ่มมากขึ้นเมื่อเดวิด แบรดลี่ย์ นักภาษาศาสตร์ชาวอเมริกัน ผู้ให้ความสนใจภาษาโลโลใต้ ได้เขียนบทความเรื่อง “Nasality in Bisu and Bisoid” ในปี ค.ศ.1983 และบทความอื่น ๆ เกี่ยวกับภาษาบีซู ในเอกสาร ระบุว่า ในช่วงทศวรรษ 1970 เขาพบคนที่พูดภาษาบีซูหลายคนในหมู่บ้านคนไทยภาคเหนือที่ท่าก๊อ (Takaw) แต่คนเหล่านี้ไม่ได้พูดภาษาบีซูในหมู่บ้าน โดยหญิงสูงวัยคนหนึ่งเล่าว่า ได้เปลี่ยนมาพูดภาษาไทยภาคเหนือแทนภาษาบีซูเนื่องจากเกิดความรู้สึกอับอายในการพูดภาษาบีซู และคนที่ท่าก๊อก็ไม่เคยติดต่อกับบีซูในพื้นที่อื่น (Person, 2002: 2) ต่อมาในปี ค.ศ.1987 พบว่า มีผู้พูดภาษาบีซูตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ 4 หมู่บ้าน (วัชรี น่วมแก้ว, ) คือ 1) บ้านดอยชมภู อำเภอเมือง 2) หมู่บ้านลัวะบีซู อำเภอเวียงชัย 3) หมู่บ้านดอยปุย อำเภอเมือง และ 4) หมู่บ้านผาแดง ตำบล ดอยงาม อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย (สุริยา รัตนกุล, 2543)

สภาพพื้นที่อยู่อาศัย : กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่ราบ

การตั้งถิ่นฐานและการกระจายตัวประชากร :

ในประเทศไทย มีชุมชนชาวบีซูในจังหวัดเชียงราย จำนวนสามชุมชนหลัก ได้แก่

หนึ่ง หมู่บ้านบีซูดอยชมภู หมู่ที่ 7 ตำบลโป่งแพร่ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ชาวบีซูเรียกหมู่บ้านของตัวเองว่า "บ้านห้วยจุ๋มปู่ค่อง" โดยอาศัยอยู่รวมกันกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่น มีชาวบีซู 48 ครัวเรือน จากทั้งหมด 53 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 200 คน (พิบูลย์ชัย สวัสดิสกุลไพร และคณะ, ม.ป.ป.: 1) สอง หมู่บ้านบีซูผาแดง เดิมนั้นเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ของชาวบีซู ปัจจุบันเป็นบ้านบริวารของหมู่บ้านผาจ้อ หมู่ที่ 10 ตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย มีชาวบีซู 9 ครัวเรือน จากทั้งหมด 80 ครัวเรือน สาม หมู่บ้านปุยคำ หมู่ที่ 14 ตำบล ป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เดิมเป็นชาวบีซูทั้งหมด ปัจจุบันมีประชากรบีซูประมาณ 200 คน (พิบูลย์ชัย สวัสดิสกุลไพร และคณะ, ม.ป.ป.: 1)แต่ปัจจุบันมีกลุ่มชาติพันธุ์อื่นเข้ามาอาศัยร่วมด้วย ชุมชนนี้ยังไม่สามารถระบุจำนวนของชาวบีซูได้ (ชนเผ่าพื้นเมืองบีซู,มปป.)

ขณะที่ชุติมา มอเลกู่ และคัมภีร์ คณะ (2562) ให้ข้อมูลว่า ชาวบีซูในประเทศไทย เป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่มีจำนวนประชากรประมาณ 1,000 คน อาศัยอยู่ในพื้นที่3 ชุมชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย (2562: 37) ขณะทีสุวิไล เปรมศรีรัตน์ และคณะ (2547) ใช้เครื่องมือแผนที่ทางภาษาในการสำรวจกลุ่มชาติพันธุ์ที่พูดภาษาบีซู พบว่า มีจำนวน 500 คน

แหล่งข้อมูล

ผู้เรียบเรียงข้อมูล :

ดร.สมรักษ์ ชัยสิงห์กานานนท์

เอกสารอ้างอิง :

ชุติมา มอแลกู่ และคณะ. (2562). เครื่องแต่งกายกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย. เชียงใหม่: เครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมือง ร่วมกับสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย. เชียงใหม่. ร่วมเจริญปริ้น

นิเวศน์สื่อพื้นบ้านสู่นวัตกรรมสื่อดิจิทัลออนไลน์ : กลุ่มชาติพันธุ์บีซู. (2565). ออนไลน์. เข้าถึงเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2565 เข้าถึงได้จาก https://www.north-thai-ethnic-folkmedia.org

ประกาศกระทรวงวัฒนธรรม เรื่อง ขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๗ (ณ วันที่ 5 กันยายน 2557)

พันแสงรุ้ง. (2555). การฟื้นฟูภาษาบีซู 1.เข้าถึงได้จาก: (วันที่ค้นข้อมูล: 1 เมษายน 2557).

พันแสงรุ้ง. (2555). การฟื้นฟูภาษาบีซู 2.เข้าถึงได้จาก: http://www.youtube.com/watch?v=bxvAEdIAC_4. (วันที่ค้นข้อมูล: 1 เมษายน 2557).

พันแสงรุ้ง. (2555). วิถีบีซูที่ดอยชมภู. เข้าถึงได้จาก: (วันที่ค้นข้อมูล: 1 เมษายน 2557).

พิบูลย์ชัย สวัสดิสกุลไพร และคณะ. (2558). “บีซู อางเกิ่งอางกอ เฮล่นยา” (แหล่งเรียนรู้ของเก่าชาวบีซู) บ้านดอยชมพู ตำบลโป่งแพร่ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.

มูลนิธิชนเผ่าพื้นเมืองเพื่อการศึกษาและสิ่งแวดล้อม. (ม.ป.ป.). “บีซู” ในเอกสารแผ่นพับของโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย. เชียงใหม่: มูลนิธิชนเผ่าพื้นเมืองเพื่อการศึกษาและสิ่งแวดล้อม

สาขาสารสนเทศ มหาวิทยาลัยพระเยา. (2555). ภาษาบีซู. เข้าถึงได้จาก: www.youtube.com/watch?v=9c3J3uV5FbA. (วันที่ค้นข้อมูล: 1 เมษายน 2557)

สุริยา รัตนกุล. (2537). นานาภาษาในเอเชียอาคเนย์ ภาค 1 ภาษาตระกูลออสโตรเอเชียติก และ ตระกูลจีนทิเบต.พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ:สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล

สุวิไล เปรมศรีรัตน์ และคณะ. (2547). แผนที่ภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ.กรุงเทพมหานคร

Ji Hongli. (2005). A studuy of language use and language attitudes among Bisu in China and Thailand. Master thesis, Payap University.

Person, Kirk R. (1998). The kinship system of the Bisu of Chiang Rai. Payap University technical paper no. 40. Chiang Mai, Thailand: Payap University Research and Development Institute.

Person, Kirk R. (2000). Sentence Final Particles in Bisu Narrative. PhD dissertation, The faculty of the Graduate school of the University of Texas at Arlington.

Person, Kirk R. (2002). Preserving the Bisu language: progress to date and future directions. Chiang Mai, Payap Research and Development Institute.

สัมภาษณ์ :

นายอุ่นเรือน วงค์ภักดี, อายุ 58 ปี พ่อหลวงบ้านดอยชมภู, เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2557 และ 21 กันยายน 2558

นายดวงแสง เจษฎาไกรศรี, อายุ 60 ปี อดีตพ่อหลวงบ้านดอยชมภู, เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2557 และ 21 กันยายน 2558

นายพิบูลย์ชัย สวัสดิ์สกุลไพร, อายุ 46 ปี ,เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2557 และ 21 กันยายน 2558

นายผัด ปุยคำ, อายุ 64 ปี, บีซูบ้านดอยปุย เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2557

นางชนาภา ติคำ, เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2558

นายทอน ต๊ะจันทร์, เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2558

นายคำมา วงศ์ลัวะ, เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2558

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง :

ฐานข้อมูลงานวิจัยทางชาติพันธุ์ : บีซู

ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร