ปะโอ

ชื่อเรียกตนเอง : ปะโอ

ชื่อที่ผู้อื่นเรียก : ตองซู่, กะเหรี่ยงพะโค, กะเหรี่ยงดำ

ตระกูลภาษา : จีน-ธิเบต

ภาษาเขียน : ปะโอ

ข้อมูลอัพเดทล่าสุด ณ วันที่ 15 มิ.ย. 2566

1,881

ชนเผ่านี้เดิมไม่ได้ชื่อว่าเผ่าปะโอได้มีการเปลี่ยนชื่อเรื่อยมา ซึ่งไม่มีผู้ใดทราบว่าสืบเนื่องมาจากอะไรที่ทำให้มีการเปลี่ยนชื่อชนเผ่า

ก่อนที่จะเรียกว่า ปะโอ ก่อนหน้านี้ที่รู้จักกันว่า ต่องสู่ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้คนไม่ค่อยจะรู้จักชนเผ่านี้เท่าไรนัก ซึ่งชนเผ่าที่เรียกว่าปะโอนี้เป็นเผ่าที่รักสงบ มีขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมมีภาษาพูดและภาษาเขียนเป็นของตนเองมีการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ปัจจุบันมีถิ่นที่อาศัยอยู่ทางเขตรัฐฉาน ของประเทศพม่าและส่วนหนึ่งอยู่ในประเทศไทยทางภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงรายและพะเยา เป็นต้น

ถิ่นเดิมของชาวปะโอ หรือต่องสู่นั้น อยู่ในแถบเมืองตองยี เมืองปั่น ป๋างปี้ หนองอ้อ กิ่วเกาะ ในเขตรัฐฉานของพม่า ได้อพยพเข้ามาอยู่ในเขตตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ปะโอ หรือ ต่องสู้ หรือ ต่องสู่ หรือ ต่องซู่ เป็น กลุ่มชนที่อยู่กระจัดกระจายในตอนเหนือของประเทศพม่า เนื่องจากชาวต่องสู้ตั้งถิ่นฐานร่วมกับชาวไทใหญ่ โดยชาวต่องสู้อยู่บนดอยและที่ราบเชิงเขา ส่วนชาวไทใหญ่อยู่บริเวณที่ราบ ดังนั้นชาวต่องสู้จึงมีความสัมพันธ์กับชาวไทใหญ่ และมีวัฒนธรรมคล้ายไทใหญ่ ชาวไทใหญ่เรียกชาวต่องสู้ว่า “ต่องสู้” พม่าเรียกว่า “ต่องตู่” แปลว่า “ชาวดอย” หรือ “คนหลอย” แต่ชาวต่องสู้ไม่ชอบให้เรียกคำนี้ เพราะถือว่าเป็นคำไม่สุภาพ ชาวต่องสู้เรียกเชื้อชาติของตนเองว่า “ป่ะโอ่” หรือ ปะโอ แปลว่าชาวดอยเหมือนกัน

เมื่อแยกคำแล้ว มีผู้สันนิษฐานที่มาของคำว่า “ป่ะโอ” ว่าน่าจะมาจากคำว่า “ผะโอ่” แปลว่าผู้อยู่ป่า เพราะในภาษาไทยคำตี่ คำว่า “อู่” แปลว่าอยู่ เมื่อชาวต่องสู้อพยพเข้ามาตั้งรกรากในดินแดนล้านนา คนล้านนาเรียกตามชาวไทใหญ่ แต่สำเนียงเปลี่ยนไปว่า “ต่องสู้”

จากหนังสือ คนไทยในพม่า ที่ เขียนโดยบุญช่วย ศรีสวัสดิ์ นักเขียนชาวล้านนา กล่าวถึงชาวต่องสู้ที่อยู่ในรัฐฉาน สหภาพพม่า ซึ่งมีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงสลับกับที่ราบว่า ชาว ต่องสู้อยู่ในเขตเมืองต่องกี ตะถุ่ง ยองเสว่ ย่องเหว (ยองห้วย) อ่องบาน สี่กีบ เมืองจิต เมืองหนอง น่ำคก โหปง จ๋ามะก๋ากะลอ ลายค่า (ไล้ข้า) เมืองนาย สีแสง หนองบ๋อน เมืองกิ๋ง ใกล้เคียงหนองอ่างเล หรือทะเลสาบอินทะ แต่พบชาวต่องสู้มากที่สุดที่เมืองหลอยโหลง เมืองหมอกใหม่ เมืองต่องกี เมืองตะถุ่ง ป๋างลอง หม่อระแหม่ง ( มะละแหม่ง ) และเมืองเปกูหรือหงสาวดี

ชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์

ชื่อเรียกตนเอง : ปะโอ

ปะโอ (Pa-O) เป็นชื่อที่เรียกตัวเองโดยแปลว่า “ชาวดอย” แต่ก็มีข้อสันนิษฐานว่าคำนี้น่าจะมาจากคำว่า “ผะโอ่” แปลว่า ผู้อยู่ป่า (ล้านนาคดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้, 2551)

ปะโอ อีกความหมายหนึ่ง หมายถึง “ผู้เกิดขึ้นก่อนใคร” พระสมุหอานนท์ ปญฺญาปโชโ วัดหนองคำ ให้ความเห็นว่า จากการศึกษาของนักภาษาศาสตร์และนักโบราณคดี หลายท่าน ต่างให้ความเห็นพ้องกันว่า คำว่าปะโอ มาจำคำว่า ปยู Payu (Pyu) เมื่อแยกศัพท์แล้วจะพบว่าคำว่า ปะ หมายถึง การเกิดขึ้น การพบเจอ การเห็น หรือพบเห็นการเกิดนั้น หรือฟักออกมาจากใข่ หรือการแตกเมล็ดพันธุ์ ส่วนคำว่า อู หรือโอ หมายถึง ก่อน นำหน้า แรกเริ่ม ดั้งเดิม สูงส่ง แรกเริ่มดั้งเดิม จึงอาจกล่าวโดยสรุปว่า ปะโอ หรือปะอู ปยู ป็นชาติพันธุ์เก่าแก่ที่มีมาแต่ดั้งเดิมที่มีการบันทึกไว้ตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ในประเทศไทยรู้จักในนามของ ต่องสู้

ปะโอ เมื่อแยกคำแล้วมีผู้สันนิษฐานที่มาของคำวำ “ปะโอ” ว่าน่าจะมาจากคำว่า “ ผะโอ่ ” แปลว่าผู้อยู่ป่า เพราะในภาษาไทยคำตี่ คำวำ “อู่”แปลว่าอยู่ ในขณะที่ Russ Christensen(2006) ระบุไว้หนังสือชื่อ The Pa-O: Rebels and Refugees เกี่ยวกับภาษาปะโอ คำวำ “ปะ” หมายถึงเสียงแตกร้าว คำวำ “โอ” หมายถึง ปอกเปลือก ชาวปะโอในเมืองตะโถ่งทางตอล่างของประเทศพม่า เรียกคนปะโอที่อาศัยอยู่บนที่ราบสูงของรัฐฉานว่า ปะโอพื้นที่สูง (Highland Pa-O) ในทางกลับกัน คนปะโอในรัฐฉานตอนใต้ เรียกคนปะโอที่อาศัยอยู่บริเวณเมืองทำตอนทางตอนล่างของประเทศพม่าว่า ปะโอที่ราบต่ำ (LowlandPa-O)

ชื่อที่ผู้อื่นเรียก : ตองซู่, กะเหรี่ยงพะโค, กะเหรี่ยงดำ

ตองซู่,ต่องสู้, ต่องสู่ เป็นชื่อที่ชาวพม่าใช้เรียกชาวปะโอ โดยตองซู่แปลว่า ชาวเขา (บุญช่วย ศรีสวัสดิ์, 2545[2506]: 95) เช่นเดียวกับชาวไทใหญ่ที่เรียกชาวปะโอ ว่า “ตองซู่” (หรือ “ต่องสู้” หรือ “ต่องสู่” ตามการออกเสียงของแต่ละท้องถิ่น) แปลว่า ชาวหลอย หรือ ชาวดอย (ล้านนาคดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้, 2551; ศิราพร แป๊ะเส็ง, 2563) อย่างไรก็ตาม ถึงแม้คำว่า ตองซู่ จะมีความหมายคล้ายกับคำว่า ปะโอ ที่เกี่ยวกับการเป็นชาวป่าชาวดอย แต่ชาวปะโอ ไม่ชอบคำเรียกนี้เนื่องจากแฝงนัยยะดูแคลน (ศิราพร แป๊ะเส็ง, 2563)

ต่องตู (Taungthu) เป็นคำเรียกชาวปะโอในภาษาพม่า และต่องสู่ (Taungsu) หรือตองสู่ (Tongsu) ในภาษาไทใหญ่ ซึ่งในภาษาพม่าจะหมายถึง คนใต้ ในกรณีพูดถึงกลุ่มปะโอที่อาศัยอยู่ที่ตะโถ่ง และหมายถึงคนภูเขา ในกรณีที่พูดถึงคนที่อยูํในพื้นที่รัฐฉาน แต่พวกเขาจะเรียกตัวเองว่าปะโอ (Christensen and Sann Kyaw 2006)

กะเหรี่ยงพะโค เป็นชื่อที่ชาวกะเหรี่ยงเรียกชาวปะโอ สันนิษฐานว่าน่าจะเรียกตามอย่างชาวพม่า เนื่องจากในอดีตชาวปะโอที่เคยมีอาณาจักรเป็นของตนเองที่เมืองสะเทิม มีพุทธศาสนาที่รุ่งเรือง แต่ภายหลังถูกกษัตริย์พม่าตีแตก แล้วต้อนชาวปะโอไปสร้างเจดีย์ที่เมืองพะโค จึงน่าจะถูกเรียกว่า กะเหรี่ยงพะโค (ล้านนาคดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้, 2551)

กะเหรี่ยงดำ เป็นคำที่กะเหรี่ยงสะกอใช้เรียกชาวปะโอ (บุญช่วย ศรีสวัสดิ์, 2545[2506]: 95) เช่นเดียวกันกับเป็นคำเรียกปะโอในหมู่ชาวพม่าและไทใหญ่ ซึ่งมีที่มาจากการแต่งกายของสตรีปะโอที่เป็นชุดสีดำ (สุริยา รัตนกุล และ สมชาย บุรุษพัฒน์, 2538: 1)

ภาษา

ตระกูลภาษา : จีน-ธิเบต

ตระกูลภาษาย่อย : ทิเบต-พม่า

ตัวอักษรที่ใช้เขียน : ปะโอ

ชาวปะโอมีวรรณคดีและภาษาของตนเองตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 9 มีการสอนในวัดวาอารามและในโรงเรียนรัฐบาล ตัวอักษรของชาวปะโอคล้ายกับภาษาพม่า แต่มีการออกเสียงที่แตกต่างกัน

สภาพพื้นที่อยู่อาศัย : กลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง หรือชนชาวเขา

การตั้งถิ่นฐานและการกระจายตัวประชากร :

จังหวัด
อำเภอ
ตำบล

แหล่งข้อมูล

เอกสารอ้างอิง :

ทิพย์วิมล ศิรินุพงศ์ และ พรพรรณ กาญจนาธิวัฒน์. (2562). ใจแผ่นดิน แผ่นดินกลางใจกะเหรี่ยงแก่งกระจาน. กรุงเทพฯ: มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (Cross Cultural Foundation).

บุญช่วย ศรีสวัสดิ์. (2545[2506]). ชาวเขาในไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มติชน.

ปิ่นมณี สาระมัย. (2561). การฟ้อนมองเซิงของชาวกุลาในจังหวัดอุบลราชธานี. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 9(2).

พรพิมล ตรีโชติ. (2542) ชนกลุ่มน้อยกับรัฐบาลพม่า. สานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. กรุงเทพมหานคร

ฟ้อน เปรมพันธุ์. (2560). “ชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในกาญจนบุรี”, ใน ฟ้อน เปรมพันธุ์ และคณะ, ภูมิปัญญากะเหรี่ยงในกาญจนบุรี. กาญจนบุรี: สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี

ล้านนาคดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้. (2551). ชาติพันธุ์ล้านนา - ต่องสู้ ต่องสู่ หรือ ต่องซู่. สืบค้น 17 กรกฎาคม 2563, จาก http://www.openbase.in.th/node/6435.

ศิราพร แป๊ะเส็ง. (2563). “สืบค้น ตามหา ปะโอที่เชียงคำ”, ใน บทความ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์กรมหาชน) สืบค้น 17 กรกฎาคม 2563, จาก https://www.sac.or.th/main/th/article/detail/129.

สุจิตต์ วงษ์เทศ. บรรณาธิการ. 2546. ทุ่งกุลา “อาณาจักรเกลือ” 2,500 ปี จากยุคแรกเริ่มล้าหลังถึงยุคมั่งคั่งข้าวหอม. กรุงเทพฯ: มติชน.

สุธิดา ตันเลิศ และพัชรี ธานี. 2559. ประวัติศาสตร์กุลา. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 12(1).

สุริยา รัตนกุล และ สมชาย บุรุษพัฒน์. (2538). สารานุกรมกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงสะกอ. นครปฐม: สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล.

อดิศร เกิดมงคล.(2555) แรงงานข้ามชาติชาวปะโอจากพม่าในกรุงเทพฯ : ชีวิตข้ามพรมแดนบนพื้นที่ของอำนาจและการต่อรอง. วิทยานิพนธ์ศิลปาสตรมหาบัณฑิต คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร.

อิสริยะ นันท์ชัย และ โชติมา จตุรวงค์. 2562. สถาปัตยกรรมจองวัดปะโอ(ต่องสู้) ในประเทศไทยและเมืองสะเทิม ประเทศพม่า ใน หน้าจั่ว ฉบับที่ 16 ฉบับที่ 1 หน้า 8-31.กรุงเทพมหานคร.

Christensen, Russ and Sann Kyaw (2006). The Pa-O : Rebels and Refugees. Chiang Mai. Silkworm Books

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง :

ฐานข้อมูลงานวิจัยทางชาติพันธุ์ : ปะโอ

ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร