มอแกน

ชื่อเรียกตนเอง : มอแกน

ชื่อที่ผู้อื่นเรียก : ชาวน้ำ, ชาวเล, ไทยใหม่, ซลัง, เซลัง, ซาเลา, มอแกนปูเลา, มอแกนเกาะ, สิง

ตระกูลภาษา : ออสโตรเนเชียน

ภาษาพูด : มอแกน

ภาษาเขียน : ไม่มีตัวอักษรที่ใช้เขียน

บทความฉบับเต็ม : ดาวน์โหลด

ข้อมูลอัพเดทล่าสุด ณ วันที่ 15 มิ.ย. 2566

834

มอแกน ถูกเรียกเหมารวมว่าชาวเล รวมกับชาวมอแกลน และอูรักลาโวยจ ขณะที่เจ้าของวัฒนธรรมเรียกตัวเองว่า “มอแกน” ชื่อดังกล่าวมีที่มาจากตำนานเก่าแก่ที่เล่าสืบต่อกันมามอแกน เป็นชื่อเรียกที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ในขณะที่ชื่อเรียกอื่น ๆ รวมถึงชื่อที่มีการประกอบสร้างขึ้นในชื่อ“ไทใหม่” และชื่อที่ถูกเรียกขานมาอย่างยาวนานว่าชาวเล ที่ครอบคลุมทั้งชาวมอแกน มอแกลนและอูรักลาโวยจ นั้นไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเป็นกลุ่มใด ชื่อเรียกชาวเลมีมิติของการดูถูกเหยียดหยามให้รู้สึกด้อยค่าทั้งนี้ เพื่อเป็นการให้คุณค่าและเสริมสร้างความภาคภูมิในอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์จึงควรเรียกชื่อชนกลุ่มนี้ว่า “มอแกน” ซึ่งเป็นชื่อที่เจ้าของวัฒนธรรมภาคภูมิใจ

ชาวมอแกน เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ มีชีวิตที่สัมพันธ์กับท้องทะเลมายาวนานตามเกาะต่างๆ ในหมู่เกาะมะริด (Mergui Archipelago)ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา จนถึงเกาะในทะเลอันดามันเหนือของประเทศไทยชาวมอแกนในประเทศไทยมีจำนวนประมาณ 3,000 คน แต่เดิมชาวมอแกนมีวิถีชีวิตเร่ร่อน ทำมาหากินในทะเล ในฤดูแล้งจะอยู่อาศัยในเรือ ส่วนในฤดูฝนจะอาศัยอยู่เป็นหลักแหล่งมากขึ้นปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทำให้ชาวมอแกนทั้งหมดมีการตั้งหลักปักฐานเป็นชุมชน กระจายตัวอาศัยอยู่ตามเกาะต่างๆ ในฝั่งทะเลอันดามันตั้งแต่จังหวัดระนอง บริเวณเกาะเหลาเกาะพยาม เกาะช้างและเกาะสินไห ที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา หลังเหตุการณ์สึนามี บางกลุ่มอาศัยร่วมกับชาวอูรักลาโวยจในชุมชนราไวย์ จังหวัดภูเก็ต บางส่วนอพยพมาตั้งรกรากอยู่บนฝั่ง มีวิถีดำรงชีพดังเช่นคนไทยทั่วไป ในการประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปแทนการทำอาชีพประมง

ชาวมอแกนมีเรือเป็นเสมือนบ้านและพาหนะในการเดินทาง หาสัตว์ทะเลเพื่อยังชีพและแลกเปลี่ยนซื้อขายกับคนบนฝั่งเรือของมอแกน เรียกว่า “ก่าบาง” เป็นเรือขุดกราบเรือทำจากไม้ระกำที่มีลักษณะเบาตัวเรือมีลักษณะเป็นง่ามหรือรอยหยักเว้าที่หัวและท้ายเรือ มีความสำคัญต่อคนในครอบครัวมาก เพราะเป็นทั้งที่พักอาศัยและพาหนะในการเดินทางออกไปหากิน ปัจจุบันเมื่อตั้งถิ่นฐานบนฝั่ง เรือก่าบางจึงลดความสำคัญลง

ชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์

ชื่อเรียกตนเอง : มอแกน

มอแกน สันนิษฐานกันว่าชื่อ “มอแกน” เป็นชื่อที่สืบสาวไปถึงตำนานเก่าแก่ชาวมอแกนมีตำนานหรือนิทานที่เล่าสืบกันมาถึงต้นกำเนิดของคำว่ามอแกน ว่ามาจากคำว่า ละมอ (ในภาษามอแกน แปลว่า จมน้ำ) และ แกน ซึ่งเป็นชื่อของน้องสาวของราชินีซิเปียนผู้ครองแว่นแคว้นหนึ่งริมฝั่งทะเล ตำนานเรื่องนี้กล่าวถึง กามัน กะลาสีเรือผู้มาจากดินแดนอันห่างไกล ผู้นำข้าวสารและไฟมาสู่วิถีชีวิตของมอแกน ต่อมาราชินีซิเปียนและกามันรักกันจึงตัดสินใจแต่งงาน แต่ทว่าน้องสาวของราชินีที่ชื่อ แกน กลับมาแย่ง กามัน คนรักของพี่สาวไป ราชินีซิเปียนจึงร่ายคำสาปให้คนทั้งสองและพรรคพวกมอแกนต้องมีชีวิตเร่ร่อนอยู่ในทะเลตลอดไป จึงเป็นที่มาของชื่อ (ละ) มอแกน (นฤมล อรุโณทัย และคณะ , 2557, 37)

ชื่อที่ผู้อื่นเรียก : ชาวน้ำ, ชาวเล, ไทยใหม่, ซลัง, เซลัง, ซาเลา, มอแกนปูเลา, มอแกนเกาะ, สิง

ชาวน้ำ เดิมมีคำที่ใช้เรียกชื่อผู้คนกลุ่มนี้ว่า “ชาวน้ำ” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานปี พ.ศ.2542 ให้คำนิยาม “ชาวน้ำ” ว่าเป็นชื่อชนชาติเดิมพวกหนึ่งอยู่ทางทะเลด้านตะวันตกของแหลมมลายู ฉลางหรือชาวเล มอแกน ถือว่าคำว่าชาวน้ำเป็นคำดูถูกดูแคลน  ทำให้รู้สึกแปลกแยกจากกลุ่มอื่น คำนี้จึงไม่นิยมใช้ในปัจจุบัน

ชาวเล เป็นคำที่แสดงถึงทัศนคติเชิงลบ  ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลรู้สึกถึงความเป็นตัวตนที่ด้อยกว่าจนบางคนไม่อยากให้ใครรับรู้ว่าตนเองคือชาวเล “ชาวเล” เป็นคำจำกัดความสั้นๆ ที่เรียกคนทั่วไปที่อาศัยอยู่ริมฝั่งทะเล เกาะหรือคนที่ประกอบหาเลี้ยงชีพด้านการประมงเป็นหลัก ไม่ได้เป็นคำเรียกที่มีความหมายเชิงลบในมิติภาษาศาสตร์ เกิดจากการย่นย่อคำให้สั้นลง ทำให้เรียกได้ง่ายขึ้น จึงมักได้ยินคนทั่วไป เรียกคนที่มีวิถีประมงว่าชาวเลอย่างแพร่หลาย ทั้งในฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน แต่คำว่า “ชาวเล” หรือ กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลที่จะได้กล่าวถึงนี้ เป็นการสร้างและให้ความหมายของคำจำกัดความที่แฝงเร้นไปด้วยทัศนะคติเชิงลบ การดูถูก ความด้อยค่า ความโง่เขลาเบาปัญญา ความสกปรก

ปัจจุบัน ชื่อเรียกชาวเลตามที่กลุ่มเรียกตนเอง คือ มอแกน ตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา คำว่า “มอแกน” (Ivanoff 2001:229-230) ชีวิตของชาวมอแกนเดินทางไปตามเกาะต่างๆ จึงถูกกล่าวขานว่ามีชีวิตคล้ายกลุ่มยิปซีที่พักอาศัยอยู่ไม่เป็นหลักแหล่งแน่นอนและเรียกกันว่า “Sea gypsy” หรือ “ยิปซีทะเล”

นอกจากทัศนคติเชิงลบหรือการละเลยคุณค่าของภาษาและวัฒนธรรมดั้งเดิมแล้ว คำเรียกเหล่านี้ยังมีความหมายครอบคลุมถึง การแสดงออกและการปฏิบัติต่อกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล โดยขาดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ทั้งในมิติชีวิต สังคมและวัฒนธรรม ทำให้กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลรู้สึกถึงความด้อยกว่า ที่ทำให้ชาวเลบางรายต้องปิดบังตัวตนกับคนคนภายนอก เนื่องจากไม่สามารถทนต่อแรงเสียดทานและการปฏิบัติที่แตกต่างจากคนทั่วไปได้ รวมถึงการทำให้กลายเป็นกลุ่มชายขอบที่ ไม่ได้รับการยอมรับเฉกเช่นคนไทยทั่วไป

ไทยใหม่ หมายถึงชาวเลที่ได้รับการยอมรับและยกระดับเป็นคนไทย สามารถสื่อสารด้วยภาษาไทยและได้รับการศึกษาในระบบของไทย นอกจากนี้คำว่า “ไทยใหม่” ยังทำให้เกิดความสับสนเพราะเป็นคำรวมที่ใช้เรียกกลุ่มมอแกน มอแกลน หรือ อูรักลาโว้ย จึงไม่สามารถจะระบุให้ชัดเจนได้ว่าเป็นชาวเลกลุ่มใด

ซลัง เซลัง หรือซาเลา เป็นชื่อที่ชาวพม่าเรียกชาวมอแกน สันนิษฐานว่า มาจากคำว่า ฉลาง หรือ ถลาง ซึ่งเป็นชื่อโบราณของภูเก็ต คือ จัง ซีลอน ซึ่งเป็นบริเวณที่ชาวเลมาชุมนุมในสมัยก่อนอยู่ทะเล (นฤมล อรุโณทัย และคณะ, 2557: 49)

มอแกนปูเลาหรือมอแกนปอลาว ชาวเกาะ มอแกนเล เป็นชื่อเรียกชาวมอแกนโดยชาวมอแกลน

มอแกน มอแกนเกาะ สิง เป็นชื่อเรียกชาวมอแกนโดยชาวอูรักลาโว้ย

ภาษา

ตระกูลภาษา : ออสโตรเนเชียน

ตระกูลภาษาย่อย : มอแกน/มอแกลน

ตระกูลภาษาออสโตรนีเชียน สาขามลาโย – โพลีเนเชียน สาขาย่อยมอแกน – มอแกลน

ภาษาพูด : มอแกน

ภาษามอแกน มีความใกล้เคียงกับภาษามอแกลนซึ่งอยู่ในสาขาย่อยเดียวกัน จากการสำรวจของนักภาษาศาสตร์ เช่น Naw Say Bay, D. Horgan, M. Larish พบว่า ภาษามอแกนในประเทศไทยน่าจะเป็นภาษาถิ่นเดียวกับภาษามอแกนที่พูดบริเวณเกาะย่านเชือก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ภาษามอแกนไม่มีระบบเสียง วรรณยุกต์ และมีการเรียงคำแบบ ประธาน-กริยา-กรรม (SVO) เช่นเดียวกับหลายภาษาที่พูดในบริเวณภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากภาษามอแกนดั้งเดิมแล้ว ปัจจุบันชาวมอแกนยังใช้ภาษาท้องถิ่นภายใต้ และภาษาไทยกลางในการสื่อสารมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เข้าระบบการศึกษา (กุมารี ลาภอาภรณ์. มปป.)

ตัวอักษรที่ใช้เขียน : ไม่มีตัวอักษรที่ใช้เขียน

ภาษามอแกนนั้นไม่มีตัวอักษรสำหรับการใช้เขียนมาแต่เดิม และตกอยู่ในภาวะวิกฤตเสี่ยงจะสูญหาย ประกอบกับระบบสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับการปรับตัวในการอยู่รวมกับผู้คนกลุ่มอื่น เกิดความผสมกลมกลืนทางภาษาและวัฒนธรรม ชาวมอแกนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ได้มีความพยายามฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมของตนเอง โดยได้มีการเริ่มต้นพัฒนาระบบตัวเขียน โดยใช้อักษรภาษาไทย และเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีการเก็บบันทึกภาพเคลื่อนไหวและภาพนิ่ง เพื่อบันทึกภูมิปัญญาและวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่กำลังจะสูญหายไป ในโครงการ “สร้างเครื่องมือเพื่อบันทึกภาษาและภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวมอแกน หมู่บ้านมอแกน อ่าวบอน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา” ในปีพ.ศ. 2556 (กุมารี ลาภอาภรณ์. มปป.)

สภาพพื้นที่อยู่อาศัย : กลุ่มชาติพันธุ์ที่ตั้งถิ่นฐานตามหมู่เกาะหรือชายฝั่ง

ในอดีตมอแกนไม่ได้อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง อุปนิสัยที่รักความเป็นอิสระ ความสันโดษ ทำให้มอแกนเดินทางรอนแรมไปตามเกาะต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง ทั้งเป็นพื้นที่ทำมาหากิน ที่จอดเรือหลบลม ที่ประกอบพิธีกรรมและที่พักอาศัยจนกระทั่งเป็นที่ฝังร่างและวิญญาณเมื่อเสียชีวิต

ในประเทศไทย มีชาวเลมอแกน ประมาณ 1,000 คน กระจายตัวอาศัยอยู่ตามเกาะต่างๆ ในฝั่งทะเลอันดามันตั้งแต่จังหวัดระนอง บริเวณเกาะเหลา เกาะพยาม เกาะช้าง และเกาะสินไห จังหวัดพังงา บริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ และมีมอแกนบางส่วนที่ตั้งรกรากอยู่บนฝั่ง ใช้ชีวิตดังเช่นคนไทยทั่วไปในการประกอบอาชีพเป็นแรงงานรับจ้างทั่วไปแทนการทำอาชีพประมง เนื่องจากสภาพความเป็นอยู่บนฝั่งอยู่ไม่ไกลจากทะเล พวกเขาจึงมีทางเลือกในการทำงานค่อนข้างจำกัด

มอแกนมีการเคลื่อนย้ายอยู่บ่อยครั้งตามรอบฤดูกาลหรือรอบปีดังกล่าวไปแล้ว ในช่วงลมว่าวหรือลมตะวันออก (ธันวาคม-มกราคม) มอแกนบางครัวเรือนจะย้ายไปอยู่ที่ช่องขาดบนเกาะสุรินทร์ใต้ นอกจากจะเป็นการหลบลม ยังสะดวกต่อการเดินทางมารับจ้างทำงานในอุทยานฯ ต่อมาภายหลังอุทยานฯ ไม่อนุญาตให้มอแกนมาตั้งกระท่อมหรือพักที่ช่องขาด เพราะต้องการรักษาสภาพธรรมชาติบริเวณนั้น (นฤมล อรุโณทัย, สุพิณ วงษ์บุษราคัม และดิเรก อีไลอัส, 2549)

ก่อนเกิดเหตุการณ์สึนามิ มอแกนอยู่อาศัยที่หมู่เกาะสุรินทร์ 2 ชุมชน คือ ที่อ่าวบอนเล็กบนเกาะสุรินทร์ใต้ และที่อ่าวไทรเอนบนเกาะสุรินทร์เหนือ จำนวนประชากรมอแกนมีการเปลี่ยนแปลงตามรอบฤดูกาลและรอบปี บางครอบครัวยังคงเคลื่อนย้ายไปมาระหว่างหมู่เกาะสุรินทร์และเกาะอื่นๆ ในน่านน้ำพม่า หรือระหว่างเกาะสุรินทร์และเกาะพระทองหรือชายฝั่งในประเทศไทย หรือบางทีก็ย้ายไปมาระหว่าง 2 ชุมชนในหมู่เกาะสุรินทร์ (นฤมล อรุโณทัย, สุพิณ วงษ์บุษราคัม และดิเรก อีไลอัส, 2549)

ภายหลังเหตุการณ์สึนามิ มอแกนเกาะสุรินทร์อพยพย้ายไปพักชั่วคราวที่วัดสามัคคีธรรมในอำเภอคุระบุรีเพราะบ้านเรือนของมอแกนทั้ง 2 ชุมชนพังเสียหายจนหมด บริเวณช่องขาดเองก็ไม่เหมาะสำหรับการตั้งชุมชนหรือที่พัก เนื่องจากผลกระทบจากคลื่นทำให้ลักษณะของเนินทรายแคบลง จึงทำได้เพียงการจอดเรือเท่านั้น ภายหลังจากนั้นกลุ่มอาสาสมัครจากอำเภอนำวัสดุที่มีผู้บริจาคเข้ามาช่วยสร้างบ้านพักให้มอแกนที่อ่าวบอนใหญ่ ที่แห่งนี้จึงเป็นพื้นที่ที่รวมมอแกน 2 ชุมชนไว้ด้วยกัน อาศัยอยู่รวมกันเป็นหมู่บ้านขนาดให

การกระจุกตัวกันของบ้านจำนวนมาก ทำให้มอแกนมีแนวโน้มเกิดความขัดแย้งบ่อยครั้ง เพราะถูกจำกัดการโยกย้ายซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขและบรรเทาปัญหา ขณะที่ปัญหาสิ่งแวดล้อม ขยะมูลฝอยและการกำจัดสิ่งปฏิกูล น้ำอุปโภคบริโภคก็ส่งผลต่อความเป็นอยู่ โดยเฉพาะหน้าแล้งและหน้าฤดูกาลท่องเที่ยว เพราะทรัพยากรเหล่านี้ต้องเผื่อแผ่ไปสู่นักท่องเที่ยวที่เข้ามายังชุมชนมอแกนด้วย

หลังเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิ เมื่อปลายปี พ.ศ.2547 ชาวมอแกนหลายหมู่บ้านได้อพยพมาอาศัยอยู่บนฝั่งรวมกับคนท้องถิ่น เนื่องจากบ้านเรือนดั้งเดิมพังเสียหาย เช่น ชาวมอแกนบ้านบางแบก บ้านบางสัก จังหวัดพังงา อาศัยร่วมกับกลุ่มคนไทยในชุมชนบ้านน้ำเค็ม ชาวมอแกนที่ซอยสุพรรณ ซอยโกผัด ซอยองค์การหรืออาศัยอยู่ร่วมกับชาวเลอูรักลาโวยจ ในชุมชนราไวย์ จังหวัดภูเก็ต

แหล่งข้อมูล

ผู้เรียบเรียงข้อมูล :

ผศ.ดร. นฤมล อรุโณทัย สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เอกสารอ้างอิง :

กุมารี ลาภอาภรณ์. (มปป.). มอแกน.ศูนย์ศึกษาแลพฟื้นฟูภาษา-วัฒนธรรมในภาวะวิกฤติ. สถาบันภาษาแวฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก https://www.langarchive-th.org/th/collection/moken เข้าถึงเมื่อ 19 สิงหาคม 2565

โครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2549). แผนที่แสดงนามสถานภาษามอแกน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา [โปสเตอร์]. พิมพ์ครั้งที่ 1. ตุลาคม.

โครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2556). รายงานการดำเนินงานโครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนชาวมอแกนอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ภายใต้โครงการการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายพื้นที่คุ้มครองทางทะเลอันดามัน (SAMPAN). 146 หน้า.

โครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2557). เอกสารประกอบการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “บูรณาการแก้ปัญหาชาวเลสู่การปฎิรูปประเทศ” ในวาระงาน “รวมญาติชาติพันธุ์ชาวเล” ครั้งที่ 5 ณ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร วันที่ 9 - 11 พฤศจิกายน 2557. กรุงเทพมหานคร.

โครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2549). ชีวิตพวกเราชาวมอแกน...หมู่เกาะสุรินทร์ พังงา. กรุงเทพมหานคร: จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์ จำกัด.

โครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2552). เอกสารสรุปงานนิทรรศการภาพถ่าย “ยิปซีทะเล: วิถีคนกล้าอันดามัน” วันที่ 15 - 27 ธันวาคม 2552 ณ อุทยานการเรียนรู้ TK park.

โครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2554). ภาพประกอบจากโครงการวิจัยเรื่องสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ของสตรีชาวเลมอแกนและมอแกลนในประเทศไทย. กรุงเทพฯ.

โครงการนำร่องอันดามัน. (2546). คนพื้นเมืองกับพื้นที่อนุรักษ์. สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

โครงการนำร่องอันดามันและหน่วยวิจัยชนพื้นเมืองและทางเลือกการพัฒนา สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2556). เอกสารหมายเลข 2: โครงการต้อยติ่ง แนวทางการแก้ไขปัญหาความมั่นคงของมนุษย์และชุมชน---พื้นที่นำร่องของกลุ่มชาติพันธุ์ุ์ชาวเล. พิมพ์ครั้งที่ 3. กันยายน 2556.

นฤมล อรุโณทัย และคณะ. (2549). นามสถานของมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์ พังงา. กรุงเทพฯ: จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์ จำกัด.

นฤมล อรุโณทัย และคณะ. (2557). ทักษะวัฒนธรรมชาวเล. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: หจก.ภาพพิมพ์.

นฤมล อรุโณทัย และคณะ. (2559). มารู้จักเรา-เด็กเล. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: บริษัท จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์ จำกัด.

นฤมล อรุโณทัย, สุพิณ วงษ์บุษราคัม และดิเรก อีไลอัส. (2549). ชุมชนมอแกนและชุมชนอูรักลาโว้ยกับพื้นที่คุ้มครอง การเชื่อมโยงข้อมูลด้านเศรษฐกิจสังคมของชุมชนกับการจัดการวางแผนการจัดการพื้นที่คุ้มครอง: กรณีชุมชนมอแกน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ และชุมชนอูรักลาโว้ย เกาะหลีเป๊ะ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา. กรุงเทพฯ: หจก.ภาพพิมพ์.

นฤมล อรุโณทัยและคณะ. (2549). วิถีชีวิตมอแกน....กรุงเทพฯ: โครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2558). การจัดทำแผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมชุมชนและการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานชุมชนในพื้นที่พิบัติภัยสึนามิ. รายงานเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.

หน่วยวิจัยปฏิบัติการชนพื้นเมืองและทางเลือกการพัฒนา โครงการนำร่องอันดามัน สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2554). การวิจัยเรื่องสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ของสตรีชาวเลมอแกนและมอแกลนในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.


งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง :

ฐานข้อมูลงานวิจัยทางชาติพันธุ์ : มอแกน

ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร