มอแกลน

ชื่อเรียกตนเอง : มอแกลน

ชื่อที่ผู้อื่นเรียก : ชาวเล, ไทยใหม่, มอแกนตามับ, ออลังตามับ, สิงบก, มอแกนบก

ภาษาพูด : มอแกลน

ภาษาเขียน : ไม่มีตัวอักษรที่ใช้เขียน

บทความฉบับเต็ม : ดาวน์โหลด

ข้อมูลอัพเดทล่าสุด ณ วันที่ 17 มิ.ย. 2566

340

ชาวมอแกลน เรียกตัวเองว่า “มอแกลน” หรือ “ชาวบก” เพราะถือว่าตนเองไม่ได้เป็นชาวเกาะ และไม่ได้เดินทางออกทะเลไกล หรืออยู่อาศัยในเรือในบางช่วงดังเช่นกลุ่มมอแกน ส่วนชื่อเรียกชาวเล เป็นคำเรียกรวมทั้งสามกลุ่ม คือ มอแกน มอแกลน และอูรักลาโว้ย ขณะเดียวกันคำเรียกชาวเลมีนัยยะที่สะท้อนอคติที่ชาวมอแกลนไม่ชื่นชอบที่ถูกเรียกด้วยชื่อนี้

ชายฝั่งทะเลของจังหวัดพังงา รวมถึงพื้นที่เกาะแก่ง ในทะเลอันดามัน แถบอำเภอคุระบุรีนั้นนับได้ว่าเป็นชุมชนดั้งเดิมของชาวมอแกลนที่ตั้งบ้านเรือนมายาวนาน มอแกลน ตั้งถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทยมายาวนานตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ หมู่บ้านของชาวมอแกลน หลายชุมชนมีตำนานเรื่องวีรบุรุษที่เป็นต้นกำเนิดของชาวมอแกลน ชื่อว่า “พ่อตาสามพัน” ปัจจุบันเป็นที่เคารพนับถือกัน มีศาลอยู่ที่ชายหาดบางสัก จังหวัดพังงา ในอดีต ชาวมอแกลนอพยพโยกย้ายชุมชนเนื่องจากโรคระบาด มีผู้คนล้มตาย มีสัตว์ร้าย โจรผู้ร้าย รวมทั้งในช่วงสงครามโลก ก็มีความจำเป็นที่จะต้องย้ายถิ่นฐาน เพื่อหลบหนีจากภัยสงครามและการสู้รบ การรุกคืบของธุรกิจท่องเที่ยวและเหมืองแร่ทำให้การโยกย้ายถิ่นกระจัดกระจายมากขึ้น เหตุการณ์สึนามิ ส่งผลให้ชุมชนมอแกลนชายฝั่งได้รับผลกระทบ สูญเสียบ้านเรือน เครื่องมือทำมาหากิน บางครอบครัวได้รับการจัดสรรพื้นที่ในชุมชนอื่น ถึงแม้ว่าการเคลื่อนย้ายจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ชาวมอแกลนในพื้นที่พังงาและภูเก็ตก็ยังเดินทางไปมาหาสู่กัน มีความรู้สึกถึงความเป็นชุมชนหรือชาติพันธุ์เดียวกัน เมื่อเกิดปัญหาของชุมชนใดชุมชนหนึ่ง เครือข่ายชาวมอแกลนจะช่วยเป็นกำลังใจให้แก่กัน ชาวมอแกลนเป็นที่รู้จักค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับชาวมอแกนและชาวอูรักลาโว้ย เนื่องจากมีการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรมกับคนในท้องถิ่นภาคใต้ ทั้งวิถีชีวิต การทำมาหากิน ภาษา และการแสดงออกทางศิลปวัฒนธรรม ในประเทศไทยมีชาวมอแกลนจำนวน ในจังหวัดพังงาและภูเก็ต มีประชากรประมาณ 4,000 คน

พิธีกรรมสำคัญของชาวมอแกลน คือ การไหว้ศาลพ่อตาสามพัน จัดขึ้นในช่วงเดือนสี่ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม และใช้เต่าบกในการเซ่นไหว้ รวมถึงยังมีวัฒนธรรมข้าวปรากฏในวิถีชีวิต มีความเชื่อเรื่อง “แอนอง โส” หรือ“แอนอง โพชอบ” เป็นชื่อที่ชาวมอแกลนบนฝั่งเรียกแม่โพสพ และชุมชนชาวมอแกลนบนเกาะพระทองเคยมีประเพณีที่เกี่ยวข้องกับขวัญข้าวหรือจิตวิญญาณแห่งข้าว จึงกล่าวได้ว่าชาวมอแกลนมีวิถีเกษตรกรรมร่วมกับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล ส่งผลให้วิถีชีวิตปรับตัวคล้ายคลึงกับท้องถิ่นภาคใต้ ยกเว้นมิติภาษาที่ยังมีภาษาของตนและเป็นภาษาที่อยู่ในสภาวะเสี่ยงสูญหาย เนื่องจากคนรุ่นใหม่ปรับตัวไปใช้ภาษาท้องถิ่นภาคใต้ร่วมกับภาษามอแกนดั้งเดิม

ชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์

ชื่อเรียกตนเอง : มอแกลน

มอแกลน เป็นชื่อเรียกตัวเองของชาวมอแกลน เพื่อยืนยันอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ และจะไม่เรียกตนเองว่า ชาวเล หรือ ไทยใหม่ อดีต ชาวมอแกลนในบางพื้นที่ยังมีคำที่เรียกชาวมอแกลนที่อาศัยอยู่ในบริเวณอื่นๆ เช่น ชาวมอแกลนริมฝั่งทะเลเรียกชาวมอแกลนบนเกาะพระทองว่า กาลาห์ (Kalah) ในขณะที่ชาวมอแกลนบนเกาะพระทองเรียกชาวมอแกลนริมฝั่งทะเลว่า บาแฮน (Bahèn) ส่วนชาวมอแกลนที่อยู่บนพื้นที่ราบถัดจากชายฝั่งทะเล จะเรียกตัวเองและถูกเรียกโดยมอแกลนกลุ่มอื่นๆ ว่ามอแกลนดาตะ (Data) (โอลิเวียร์ แฟร์รารี และคณะ, 2549)

ชื่อที่ผู้อื่นเรียก : ชาวเล, ไทยใหม่, มอแกนตามับ, ออลังตามับ, สิงบก, มอแกนบก

ชาวเล ในที่นี้คือ กลุ่มชาติพันธุ์สามกลุ่มที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ทางตอนใต้ของประเทศไทย เฉพาะในประเทศ ไทยจะเรียกรวม อย่างไม่จำแนกว่า ชาวเล เดิมเรียกว่า ชาวน้ำ ส่วนในพม่าจะเรียกรวมกับมอแกนว่า ซลัง เซลัง หรือซโลน (Selung, Salon, Salone, Chalome) คล้ายกับคำว่า “ฉลาง” หรือ “ถลาง” ซึ่งเป็นเมือง โบราณของภูเก็ต ที่มีชาวเลชุมนุมกันอยู่มากในสมัยก่อน และในมาเลเซียจะเรียกชาวเลว่า โอรังลาอุต (Orang Laut) แปลว่า "คนทะเล” ชาวเล จึงเป็นคำจำกัดความสั้นๆ ที่เรียกคนทั่วไปที่อาศัยอยู่ริมฝั่งทะเล เกาะหรือคนที่ประกอบหาเลี้ยงชีพด้านการประมงเป็นหลัก ไม่ได้เป็นคำเรียกที่มีความหมายเชิงลบในมิติภาษาศาสตร์ เกิดจากการย่นย่อคำให้สั้นลง ทำให้เรียกได้ง่ายขึ้น จึงมักได้ยินคนทั่วไป เรียกคนที่มีวิถีประมงว่าชาวเลอย่างแพร่หลาย ทั้งในฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน แต่คำว่า “ชาวเล” หรือ กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล เป็นคำที่ถูกสร้างและให้ความหมายด้วยทัศนคติเชิงลบ การดูถูก ความด้อยค่า ความโง่เขลาเบาปัญญา ความสกปรก

ไทยใหม่ เป็นชื่อทางการที่ถูกตั้งขึ้นมาใหม่ เนื่องจากพวกเขาไม่ชอบให้คนอื่นเรียกพวกเขาว่า ชาวเล เพราะเป็นคำเรียกแบบดูถูก (ชนเผ่าพื้นเมือง มอแกลน, ม.ป.ป.: 2)

มอแกนตามับ ออลังตามับ เป็นชื่อที่ชาวมอแกน เรียกชาวมอแกลน

สิงบก มอแกนบก เป็นชื่อที่ชาวอูรักลาโว้ย เรียกชาวมอแกลน

ภาษา

ตระกูลภาษาย่อย : มอแกน/มอแกลน

ภาษามอแกลน เป็นภาษาที่จัดอยู่ในตระกูลภาษาออสโตรเนเซียน สาขามลาโย – โพลีเนเชียน สาขาย่อยมอแกน – มอแกลน

ภาษาพูด : มอแกลน

ภาษามอแกลนมีความไกล้เคียงกับมอแกน และดัรับอิทธิพลจากภาษาท้องถิ่นภาคใต้มากกว่าภาษามอแกน อย่างไรก็ตาม มอแกลนและมอแกนสามารถสื่อสารกันได้เข้าใจ ในระยะหลัง ชาวมอแกลนหันมาพูดภาษาไทยท้องถิ่นภาคใต้และใช้คำภาษาไทยมากขึ้น

ตัวอักษรที่ใช้เขียน : ไม่มีตัวอักษรที่ใช้เขียน

ภาษามอแกลน มีเพียงภาษาพูด ไม่มีตัวอักษรที่ใช้เขียน

สภาพพื้นที่อยู่อาศัย : กลุ่มชาติพันธุ์ที่ตั้งถิ่นฐานตามหมู่เกาะหรือชายฝั่ง

ชาวมอแกลน มีประชากรประมาณ 4,000 คน อาศัยอยู่ในหลายหมู่บ้านของจังหวัดพังงาและภูเก็ต ในพื้นที่จังหวัดพังงานั้น ชาวเลมอแกลนอาศัยอยู่ที่บ้านท่าแป๊ะโย้ย บ้านทุ่งดาบ บนเกาะพระทอง และหมู่บ้านที่สร้างขึ้นใหม่หลังเหตุการณ์สึนามิ คือบ้านธารคีริน บ้านเทพประทาน บ้านชัยพัฒนา-กาชาดไทย (หรือบ้านทุ่งรัก) และบ้านเทพรัตน์ ตำบลแม่นางขาว บ้านกลาง ตำบลบางวัน อำเภอคุระบุรี บ้านน้ำเค็ม บ้านทับตะวัน บ้านบนไร่ ตำบลบางม่วง บ้านบางขยะ บ้านทุ่งหว้า ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า บ้านลำแก่น บ้านคลองญวนใต้ บ้านทับปลา ตำบลลำแก่น บ้านเกาะนก บ้านขนิม ตำบลทุ่งมะพร้าว บ้านหินลาด บ้านลำปี ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง บ้านท่าใหญ่ ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง ส่วนที่จังหวัดภูเก็ต มีหมู่บ้านมอแกลนที่บ้านแหลมหลา (ท่าฉัตรไชย) และบ้านเหนือ (หินลูกเดียว) ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง ทั้งนี้จำนวนประชากรโดยประมาณการของชาวมอแกลน สามารถแสดงดังตารางที่ 1

ตัวเลขประชากรด้านล่างเป็นข้อมูลที่เก็บโดยมูลนิธิชุมชนไทในปี พ.ศ. 2553-2554 ยกเว้นที่มีเครื่องหมาย * ซึ่งเป็นข้อมูลคาดประมาณโดยโครงการนำร่องอันดามัน และเครื่องหมาย ** เป็นข้อมูลที่เก็บในปี พ.ศ. 2558 โดยโครงการนำร่องอันดามัน จะเห็นได้ว่าข้อมูลส่วนใหญ่เก็บมาเมื่อหลายปีที่แล้ว จึงประมาณการว่าประชากรคงจะเพิ่มมากกว่าเดิมและน่าจะเป็นตัวเลขประมาณ 4,000 คน ทั้งนี้ ชาวมอแกลนมีการแต่งงานข้ามกลุ่มเพิ่มขึ้น การระบุชาติพันธุ์ก็จะมีความซับซ้อนมากขึ้นด้วย

แหล่งข้อมูล

ผู้เรียบเรียงข้อมูล :

ผศ.ดร. นฤมล อรุโณทัย สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เอกสารอ้างอิง :

โครงการนำร่องอันดามันและหน่วยวิจัยชนพื้นเมืองและทางเลือกการพัฒนา สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2556). แนวทางการแก้ไขปัญหาความมั่นคงของมนุษย์และชุมชน---พื้นที่นำร่องของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล. เอกสารหมายเลข 2, โครงการต้อยติ่ง. พิมพ์ครั้งที่ 3. กันยายน 2556.

โครงการนำร่องอันดามันและหน่วยวิจัยชนพื้นเมืองและทางเลือกการพัฒนา สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์-มหาวิทยาลัย. (2558). ประวัติชุมชนและเส้นทางเรียนรู้วัฒนธรรมบ้านบางสัก ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา. งานวิจัยเชิงปฏิบัติการสนับสนุนโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร (องค์การมหาชน)

นฤมล อรุโณทัย. (2546). “เพื่อความเข้าใจในมอแกน” ความรู้และมายาคติเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล ใน ชาติพันธุ์และมายาคติ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ.

นฤมล อรุโณทัยและคณะ. (2558). สรุปการจัดค่ายวัฒนธรรมเด็กเล ภายใต้โครงการฟื้นฟูวิถีวัฒนธรรมชาวเล โดยโครงการนำร่องอันดามันและหน่วยปฏิบัติการวิจัยชนพื้นเมืองและทางเลือกการพัฒนา สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วันที่ 8 มีนาคม 2558 ณ บ้านบางสัก จังหวัดพังงา.

นฤมล อรุโณทัย และคณะ. (2559). มารู้จักเรา-เด็กเล. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: บริษัท จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์ จำกัด.

ปรีดา คงแป้น. (2555). วิกฤต วิถีชาวเล. กรุงเทพฯ: มูลนิธิชุมชนไท.

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). (2557). ทักษะวัฒนธรรมชาวเล. เรียบเรียงโดยนฤมล อรุโณทัยและคณะ. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: หจก.ภาพพิมพ์.

โอลิเวียร์ แฟร์รารี และคณะ. (2549). คลื่นแห่งความยุ่งยากบนเกาะพระทอง. กรุงเทพฯ: อมรินทร์ พริ้นติ้ง


งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง :

ฐานข้อมูลงานวิจัยทางชาติพันธุ์ : มอแกลน

ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร