ฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย


ฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการเรียกชื่อกลุ่มชาติพันธุ์ตามที่เจ้าของวัฒนธรรมใช้เรียกตนเอง หรือชื่อที่ต้องการให้คนอื่นเรียก โดยนำเสนอข้อมูลในมิติสังคมและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย เพื่อการสื่อสาร สาธารณะและให้บุคคลทั่วไปเข้าใจเรื่องความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์

กลุ่มชาติพันธุ์


แสดง 1 ถึง 9 จาก 20 ผลลัพธ์

ชาวกะยัน หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อกะเหรี่ยงคอยาว เรียกตนเองว่า แลเคอ เป็นกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในประเทศพม่า ได้รับผลกระทบจากการสู้รบอพยพหนีภัยสงครามเข้ามาอาศัยตามตะเข็บชายแดนและบางส่วนในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปัจจุบันกระจายไปอยู่อาศัยในหลายจังหวัดที่มีกิจกรรมท่องเที่ยววิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์


ยอง เป็นกลุ่มคนเชื้อสายไทลื้อกลุ่มหนึ่ง ที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองยองหรือเวียงยอง ซึ่งมีชื่อในภาษาบาลีว่า มหิยังคนคร ผู้เฒ่าผู้แก่ชาวยอง เรียกว่า เมืองเจงจ้าง ปัจจุบันยังคงเรียกตนเองว่า คนยอง เพื่อแสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของพวกเขาที่ผูกติดกับพื้นที่


กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่บริเวณ จ.เชียงราย เรียกตนเองว่า บีซู ในอดีตคนบีซูถูกทางราชการไทยเรียกรวมว่า ละว้า หรือลัวะ เพราะคนบีซูไม่ค่อยเปิดเผยตัวและอยู่รวมกลุ่มกันเล็กๆ ตั้งบ้านเรือนอยู่ห่างไกลจากชุมชนอื่น ปัจจุบันคนบีซูจึงต้องการให้คนภายนอกเรียกตนเองว่า บีซู เสียมากกว่า


ชาวปลังเป็นกลุ่มคนที่อพยพมาจากพื้นที่รอยต่อระหว่างประเทศพม่าและจีน ภายหลังได้เข้ามาอยู่อาศัยในแถบจังหวัดเชียงราย พบปัญหาหลักเกี่ยวกับภาวะการไร้สัญชาติของกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างไรก็ตามชาวปลังบางส่วนก็ได้อพยพเคลื่อนย้ายมาทำงานในสวนกล้วยไม้แถบจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง


มัล ปรัย ชื่อเรียกตนเองของกลุ่มลัวะในจังหวัดน่าน โดยคำว่า “มัล” ใช้เรียกตัวเองในกลุ่มที่พูดภาษามัล เช่นเดียวกับคำว่า "ปรัย" ใช้เรียกตัวเองในกลุ่มที่พูดภาษาปรัย เมื่อปฏิสัมพันธ์กับคนนอก มักเรียกตัวเองในชื่อที่คนนอกรู้จักคือ ลัวะ


ชาวว้า หรือ ละว้า มี "พื้นที่ชาวว้า" เป็นของตัวเอง ทางตอนเหนือของเมืองเชียงตุง ซึ่งอยู่บริเวชายแดนจีน-เมียนมา ช่วงอาณานิคม พื้นที่ของชาวว้าถือเป็นรัฐอิระ แต่หลังจากอาณานิคม พื้นที่ของชาวว้าระส่ำระสายด้วยหลายกลุ่มอำนาจที่ต้องการเข้ามามีอำนาจเหนือพื้นที่นี้ นั่นคือเหตุผลหลักทำให้กิดความไม่สงบ และต้องเคลื่อนย้ายออกมา ในประเทศไทย มีชาวว้าอาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน


ระยะเวลากว่า 200 ปี ที่ดำรงเผ่าพันธุ์ลาวครั่งมาถึงปัจจุบัน วัฒนธรรมบางประการกลืนกลาย รับเอาวัฒนธรรมไทยภาคกลางเข้าไปใช้ เป็นผลสืบเนื่องจากการอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมทางสังคม ประเพณี การศึกษาแบบไทย ยังผลให้ความเป็นอยู่อันเป็นรายละเอียดปลีกย่อยของชีวิตหลายอย่างได้เสื่อมสูญ เช่น การละเล่นพื้นบ้าน


ลาวเวียง กลุ่มชาติพันธุ์ที่โยกย้ายถิ่นฐานจากเมืองเวียงจันทน์ เข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ตั้งชุมชนกระจายอยู่ในภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง การเริ่มสร้างชุมชนใหม่บนแผ่นดินที่ไม่คุ้นเคย ปรับตัวรวมกลุ่ม สร้างเครือข่าย สร้างสำนึกทางชาติพันธุ์ ทั้งยังสามารถธำรงประเพณีวัฒนธรรมไว้ได้อย่างน่าสนใจ


ลาวแง้ว เป็นคำที่กลุ่มชาติพันธุ์ใช้เรียกตนเอง ซึ่งย้อนกลับไปช่วงของชาวแง้วยุคแรกๆมีคำบอกเล่าว่า ลาวแง้วนั้นเป็นชื่อที่ชาวเวียงจันทร์ใช้เรียกกลุ่มลาวแง้วของพวกเขา ชาวลาวแง้วนั้นจะมีความต่างกับชาวเวียงจันทร์ตรงที่การออกเสียงพูดภาษาลาวซึ่งจะมีความแตกต่างในเรื่องของสำเนียงที่มีความแปลก จึงเป็นที่มาของชื่อนี้

กลุ่มชาติพันธุ์ลาวแง้วเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่บริเวณจังหวัดต่างๆในภาคกลาง ซึ่งพบมากที่สุดในจังหวัดลพบุรี และจังหวัดอื่นๆอย่างจังหวัดสิงห์บุรีที่อาศัยกันมาตั้งแต่ดั้งเดิม นอกจากนี้ยังพบชาวลาวแง้วบางส่วนในจังหวัดนครสวรรค์อีกด้วย ชาวลาวแง้วในปัจจุบันนั้นกระจายตัวอาศัยอยู่รวมกับคนไทยภาคกลางและมักมีชื่อเรียกต่างๆมากมาย แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวแง้ว ซึ่งถ้าไม่สังเกตนั้นจะไม่ทราบเลยว่าพวกเขาเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลาวแง้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตหรือการดำรงชีวิต หาเลี้ยงครอบครัว ประกอบอาชีพต่างๆ ไม่มีความแตกต่างกันมากเท่าไรนัก ผู้ที่จะรู้ได้นั้นก็จะเป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งจะรับรู้เองได้ตามความเคยชิน สัญชาตญาณตามธรรมชาติ ในปัจจุบันนั้นการจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ลาวแง้วนั้นทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากความหลากหลายที่เกิดจากการผสมผสานของลาวแง้วกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ทำให้ในบางกรณีเราไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ากลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ลาวแง้วตั้งถิ่นฐานอยู่เดิมทีแล้วชาวลาวแง้วไม่ได้มีการบันทึกตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างชัดเจนซึ่งสันนิษฐานว่าอาจจะอาศัยอยู่บริเวณหัวเมืองรอบ ๆ เมืองหลวงพระบางมากกว่าอาศัยในเมืองหลวงพระบาง เมื่อครั้งถูกกวาดต้อนก็ถูกต้อนให้รวมกับกลุ่มลาวเวียง และกลุ่มอื่น ๆ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ชาวลาวกลุ่มนี้ใช้คำว่าลาวแง้วเพื่อเรียกตนเองภายในเฉพาะกลุ่มเท่านั้น โดยในเหตุการณ์การกวาดต้อนนั้นต้องย้อนกลับไปในรัชสมัยของรัชกาลที่ 3 ในภาพรวมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวแง้วนั้นสามารถสรุปได้ว่า ลาวแง้วนั้นเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อพยพมามิใช่กลุ่มลาวเวียงหรือกลุ่มลาวที่อยู่ใกล้เคียงกับเวียงจันทร์

กลุ่มชาติพันธุ์ลาวแง้วนั้นมีการดำรงชีพทำการเกษตร โดยเฉพาะการทำนาปลูกข้าวและมีการพัฒนาแปลงนาอยู่ตลอด ผสมผสานกับการทำระบบชลประทาน เพื่อความสะดวกในการทำการเกษตรของผู้คน ซึ่งการดำรงชีวิตวิถีปฏิบัติของพวกเขานั้นมีความเรียบง่าย สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้และยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับทางกลุ่มชาติพันธุ์อีกด้วย